กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยปี 68 คดีจับของปลอมลด แต่ยึดของกลางพุ่ง 3.5 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้น 24.32% ทำเศรษฐกิจไทยเสียหายกว่า 1 พันล้าน
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าปี 2568 กรมได้บูรณาการการทำงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จับกุมดำเนินคดีรวม 1,177 คดี ลดลง 17.58% ของกลาง 3,505,965 ชิ้น เพิ่มขึ้น 24.32% มีมูลค่าความเสียหายรวม 1,175,736,896 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 459,255,296 ล้านบาท
ทั้งนี้ จะเห็นว่าสถานการณ์การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในไทยปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากจำนวนคดีมีการปรับลดลงกว่า 251 คดี จากมาตรการป้องกัน และปราบปรามอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง โดยสินค้าที่ถูกละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.เสื้อผ้า 2.กระเป๋า 3.แว่นตา 4.ที่ชาร์จโทรศัพท์ และ 5.อะไหล่รถยนต์
สำหรับแผนการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปี 2569 กรมจะร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ เดินหน้าตามแผนปฏิบัติการเร่งด่วน โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยว ย่านการค้าสำคัญในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สัปดาห์ละ 2 ครั้ง อาทิ ย่านประตูน้ำ สำเพ็ง แพลตินัม ตลาดใหม่ดอนเมือง เป็นต้น
นอกจากนี้ เตรียมส่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะในจังหวัดใหญ่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว อาทิ สมุย พะงัน ภูเก็ต เชียงใหม่ รวมถึงประสานไปยังกรมศุลกากรเร่งตรวจสอบปราบปรามพื้นที่ชายแดน เปิดตู้สินค้าบริเวณด่านเพื่อตรวจสอบ โดยจะเข้าตรวจสอบจับกุมเดือนละ 2 ครั้ง
ขณะเดียวกัน ยังมีแผนตรวจสอบคลังเก็บสินค้าต่อเนื่อง เช่น ศูนย์การค้าแถวปทุมวัน โกดังแถวสมุทรสาคร เพื่อตรวจค้นจับกุมสถานที่เก็บสินค้าปลอม เช่น นาฬิกา แว่นตา เสื้อผ้า และเครื่องประดับ เพื่อคุ้มครองสิทธิของเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา ปกป้องผู้บริโภคจากอันตรายของสินค้าปลอมด้อยคุณภาพ รวมทั้งป้องกันความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศ
นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมยังได้จัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา บนอินเตอร์เนตกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวม 44 ราย ร่วมเฝ้าระวังและป้องกันการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์บนแพลตฟอร์ม e-Commerce อาทิ แพลตฟอร์ม Lazada Shopee TikTok Shop Nex Gen Commerce รวมถึง NocNoc LINE รวมทั้งนำมาตรการ Notice and Takedown มาใช้
อย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์มจะเร่งนำสินค้าที่ได้รับแจ้งว่าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาออกจากแพลตฟอร์มโดยเร็ว ส่งผลให้สามารถระงับการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา บนแพลตฟอร์มดังกล่าวตามคำร้องได้จำนวนมาก โดย กรมจะเดินหน้าขยายความร่วมมือนี้ไปยังแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่ยังไม่มี MOU กับกรมเพิ่มเติม เพื่อสร้างแนวร่วมในการป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา บนแพลตฟอร์มออนไลน์ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นต่อไป