สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เสนอยกระดับประกันสังคม ชูบริการแพทย์ตอบโจทย์ สร้างงาน เพิ่มออม และบริหารกองทุนโปร่งใส เสริมเชื่อมั่นผู้ประกันตนกว่า 24 ล้านราย
วันที่ 26 มกราคม นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ให้มุมมองต่อประกันสังคม กับความมั่นคงให้แก่แรงงานและผู้ประกอบการ ว่า หลักประกันสังคมกับความมั่นคงของคุณภาพชีวิตแรงงาน การส่งเสริมสวัสดิการคุ้มครองที่ตรงตามความต้องการของผู้ประกันตนและสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการที่ร่วมสนับสนุนการประกันตนของแรงงานให้อยู่ในระบบประกันสังคมเพื่อความเชื่อมั่น ไว้วางใจในอนาคตของของลูกจ้างหรือผู้ประกันตนจะได้รับการคุ้มครองอย่างมีคุณภาพ ครบถ้วนและยกระดับมาตรฐานการให้บริการอย่างต่อเนื่อง
สำนักงานประกันสังคม ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีบทบาทความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม มีจำนวนผู้ประกอบการ 538,439 ราย กว่า 90% เป็นเอสเอ็มอีไทย โดยมาตรา 33 มีผู้ประกันตนราว 12.183 ล้านราย มาตรา 39 มีผู้ประกันตนราว 1.650 ล้านราย และมาตรา 40 มีผู้ประกันตนราว 11.035 ล้านราย แต่ส่งเงินสมทบต่อเนื่อง 1.265 ล้านรายหรือเพียงร้อยละ 14.4 ของผู้ประกันตนมาตรา 40 ทั้งหมด หากรวมทั้ง 3 มาตรามีจำนวนผู้ประกันตนกว่า 24.8 ล้านราย
ยุทธศาสตร์และกลยุทธ์การยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ประกันตนมาตรา 33, 39 และ 40 เพื่อสร้างความแตกต่างกับระบบประกันสุขภาพอื่นอย่างสร้างสรรค์และมีคุณค่าต่อผู้ประกันตนอย่างแท้จริง ส่งเสริมการจ้างงานและสวัสดิการที่เหมาะสมของผู้ประกอบการและช่วยภาครัฐในการลดปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม ขณะที่สถานการณ์สังคมสูงวัยของประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายกับโครงสร้างประชากรอัตราการเกิดต่ำ อัตราการตายน้อย สภาวะสังคมไทยที่ “ชราไปยังจน ชราจนหนี้ท่วมท้นจนแก่ตาย”
หากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เร่งแก้ไข ป้องกันปัญหาจะเกิดเป็นระเบิดเวลาดังเช่น สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เป็นต้น เริ่มต้นลีน (Lean) ก่อนสายและเพิ่มผลิตภาพ คุณภาพ สปีดก่อนเกินแก้ อีกทั้งการถอดบทเรียนประกันสังคมและระบบบำนาญของประเทศชั้นนำ อาทิ เนเธอแลนด์ ไอซ์แลนด์ เดนมาร์ค สิงคโปร์ อิสราเอลที่เข้มแข็งในโลกจะเป็นการหาความแตกต่าง
ดังนั้น แนวทางการยกระดับมาตรฐานและสร้างปัจจัย ตัวชี้วัดที่จะทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม ดังนี้
1. การบริการทางการแพทย์ตอบโจทย์ ประกันตนออกแบบเองได้
โดยผู้ประกันตนสามารถเลือกรายการการให้บริการสวัสดิการประกันตนตามความต้องการอย่างมีทางเลือกที่เหมาะสมและมุ่งเน้นการให้บริการทางสุขภาพเชิงป้องกันโรคมากกว่าการรักษา เพื่อยกระดับสุขภาพผู้ประกันตนทั้งการตรวจสุขภาพประจำปีทำให้เกิดเฝ้าระวังและดูแลรักษาสุขภาพอย่างถูกต้อง
รวมทั้งขยายผลศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแรงงานในแต่ละพื้นที่เป็นศูนย์สวัสดิการดูแลผู้ประกันตนสูงวัย การบริการฟื้นฟูและส่งเสริมสุขภาพที่ดีแรงงาน การบริการ Telemedicine การปรึกษาแพทย์และการจ่ายยาทางไกล ยกระดับคุณภาพยารักษา เป็นต้น
2. การสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อสร้างผลตอบแทน
ให้ผู้ประกันตนมีฐานข้อมูลแรงงานในระบบ มีระบบการประเมินทักษะแรงงานเพื่อการพัฒนาทักษะ สมรรถนะและยกระดับขีดความสามารถแรงงานที่มีคุณค่าเพิ่มผลิตภาพแรงงาน และมีทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพและการจ้างงานทั้งในปัจจุบันและอนาคตอย่างเหมาะสมตรงตามความต้องการของภาคเอกชนหรือผู้จ้างงาน
ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะสูง รองรับการลงทุนของธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ การจับคู่แรงงานและการจ้างงานที่เป็นธรรม ลดปัญหาการว่างงาน การเตรียมพร้อมแรงงานหรือผู้ประกันตนก่อนเข้าสู่สูงวัยหรือเกษียณอย่างมีคุณค่าและไม่เป็นภาระสังคมสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า
3. ส่วนลดค่าครองชีพเพื่อเพิ่มการตอบรับ
ส่งเสริมและจูงใจให้แรงงานนอกระบบเพิ่มเข้าในระบบประกันสังคมมากขึ้น โดยเฉพาะมาตรา 40 โดยการให้แต้มต่อด้านค่าครองชีพ อาทิ ส่วนลดราคาสินค้าอุปโภบริโภคที่จำเป็นต่อการเนินชีวิตแบบรายเดือน ส่วนลดค่าโดยสารขนส่งมวลชนสาธารณะเพื่อลดภาระของผู้ประกันตนและผู้ประกันตนได้รับมีความคุ้มค่า ซึ่งสามารถร่วมมือกับแพลตฟอร์ม e-commerce ไปรษณีย์ไทย ห้างสรรพสินค้าท้องถิ่น ร้านค้าชุมชนต่างๆในพื้นที่ เป็นต้น
4. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพตอบสนองอนาคต
เพื่อการออมและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อแรงงานและผู้ประกอบการในระบบ มุ่งเน้นการออมเพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคตและสามารถนำเงินออมมาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่ิอร่วมกับสินเชื่อนโยบายรัฐเพื่อส่งเสริมการลดปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุนนอกระบบ หรือ แหล่งทุนในระบบที่มีดอกเบี้ยสูง
อาทิ สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรกดเงินสด บัตรเครดิต เป็นต้น การสร้างโอกาสการมีที่อยู่อาศัยแทนการเช่าเพื่อความมั่นคงชีวิต โดยความร่วมมือของสถาบันการเงินรัฐ ลดภาระดอกเบี้ยให้ผู้ที่มีวินัยทางการเงินที่ดี และเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนต้นทุนทางการเงินต่ำให้กลุ่มเปราะบางเท่าที่จำเป็น และมีกลไกเข้าถึงในการแก้หนี้อย่างเป็นระบบให้แรงงานและผู้ประกอบการ
สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจในระบบและมี digital footprint ทางการเงินเพื่อจัด Credit scoring ในการประเมินทางการเงินที่ชัดเจน
5. สลากรางวัลเลขประจำตัวผู้ประกันตนและผู้ประกอบการเพื่อการตอบรับ
การกระตุ้นจูงใจให้ผู้ประกันตนและผู้ประกอบการลุ้นเงินรางวัลจากเลขบัตรประจำตัวผู้ประกันตนและผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบประกันสังคม อาจเป็นรายเดือน หรือ รายไตรมาส เป็นต้น
ส่วนด้านการลงทุนของกองทุนประกันสังคม ปี 2568 มูลค่าราว 2.859 ล้านล้านบาท ผลตอบแทน 6.1% ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกันตน ผู้ประกอบการและภาคประชาชนในการบริหารจัดการที่โปร่งใสอย่างมีธรรมาภิบาล มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและสามารถตรวจสอบได้
โดยอาจนำ Digital Blockchain เข้ามาใช้ในกระบวนการบริหารจัดการการลงทุนและรายงานรายการการซื้อ-ขาย ผลตอบแทนการลงทุนด้วย Dashboard แบบ Real time ทุกรายการ การเผยแพร่กลยุทธ์การลงทุนและเหตุผลเพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียรับรู้และมีส่วนร่วมในการลงทุน การประเมินและพยากรณ์ฉากทัศน์การเงินของกองทุนในอนาคตที่เพียงพอสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนให้ผู้ประกันตนเพื่อ เปลี่ยนความลึกลับลวงพรางให้เป็นความรักและศรัทธาในประกันสังคม