พาณิชย์ เตรียมออกมาตรการอุ้มผู้ส่งออก สู้บาทแข็งค่า เล็งชงกระทรวงพิจารณาภายในเดือนก.พ.นี้ พร้อมอัดงบพันล้าน ลุย 700 กิจกรรม ดันมูลค่าปีนี้ 1.42 แสนล้านบาท
น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า แผนผลักดันการส่งออกประจำปี 2569 กรมตั้งเป้าสร้างมูลค่าการค้า 142,000 ล้านบาท โดยเตรียมงบประมาณราว 1,000 ล้านบาท จัดกิจกรรมส่งเสริมการส่งออก ราว 700 โครงการ และมีผู้ประกอบการได้รับประโยชน์กว่า 294,500 ราย ครอบคลุมกิจกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ
อาทิ งานแสดงสินค้านานาชาติ การจับคู่เจรจาธุรกิจ การส่งเสริมการค้าออนไลน์ผ่าน THAITRADE.COMและแพลตฟอร์มทั่วโลก การพัฒนาแฟรนไชส์ไทยสู่สากล การจัดคณะผู้แทนการค้า และการส่งเสริมการขายผ่านห้างสรรพสินค้าและ Modern Trade ในหลายภูมิภาคทั่วโลก รวมทั้งเร่งยกระดับการทำงานในยุคดิจิทัลและการแข่งขันทางการค้า
โดยนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลการค้า และการเปิดตัวแพ็กเกจสินเชื่อใหม่เพื่อผู้ประกอบการจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังเดินหน้า โครงการ Special Task Force (STF) เพื่อบุกตลาดใหม่ใน 6 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย จีน อินเดีย เวียดนาม แอฟริกา และลาตินอเมริกา ตั้งเป้าส่งเสริมผู้ประกอบการ 175 ราย และสร้างมูลค่าการค้า 700 ล้านบาท
“ผลการดำเนินงานระยะแรกใน 4 ประเทศ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้ว 106 ราย คาดว่าจะสร้างมูลค่าการค้าได้กว่า 477.52 ล้านบาท และอยู่ระหว่างขยายผลไปยังตลาดแอฟริกาและลาตินอเมริกาในช่วงต้นปี 2569”
นางสุนันทา เปิดเผยถึงผลกระทบต่อการส่งออกจากกรณีเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องว่า ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณที่ดีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามาดูแลเข้มข้นและตรงจุดมากขึ้น และหวังว่ากระทรวงการคลัง และธปท.จะหาต้นตอของปัญหาบาทแข็งและแก้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว
ที่ผ่านมา กรมได้หารือกับหน่วยงานภายนอก เพื่อหาแนวทางช่วยผู้ประกอบส่งออก โดยเฉพาะการลดต้นทุนสินค้าทั้งจากต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
นอกจากนี้ กรมยังอยู่ระหว่างการจัดทำมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออก ที่ได้รับผลกระทบจากบาทแข็ง โดยคาดว่าแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ โดยจะเสนอให้กระทรวงพิจารณาอนุมัติเพื่อดำเนินการต่อไป นับเป็นปีที่การส่งออกไทยเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลก ทั้งความผันผวนของค่าเงิน มาตรการกีดกันทางการค้า และการแข่งขันที่รุนแรง
“กรมได้กำหนดกลยุทธ์รักษาตลาดเดิมควบคู่การขยายตลาดศักยภาพใหม่ ครอบคลุมตลาดหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และอาเซียน พร้อมเร่งรุกตลาดใหม่ อาทิ อินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และลาตินอเมริกา ควบคู่กับการผลักดันสินค้าแห่งอนาคต เศรษฐกิจสีเขียว และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย”
อย่างไรก็ตาม กรมจะเร่งขยายโอกาสทางการค้าในตลาดสหรัฐ ภายใต้นโยบายภาษีตอบโต้ โดยจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าและเชื่อมโยงกับผู้นำเข้ารายใหญ่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสากล
อาทิ OBM กับผู้นำเข้ารายใหญ่ของสหรัฐ 4 บริษัท (ธ.ค.2568) มีผู้ประกอบการไทย 45 บริษัทเข้าร่วม เกิดการ Pre-matching 36 คู่ และเชิญบริษัท Otis McAllister, Inc เยือนไทยในลักษณะ Exclusive Incoming Trade Mission ระหว่าง 24-28 ก.พ.2569 และหารือกับ บริษัท Lidl & Kaufland Asia Pte. Limited บริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของยุโรป ที่มีสาขาในหลายประเทศ
ขณะเดียวกัน จะเสนอจัด Business matching กับผู้ส่งออกไทย สร้างโอกาสในการส่งออกสินค้าไปยังตลาดยุโรป สินค้าที่สนใจ ได้แก่ สับปะรด น้ำมะพร้าว อาหารสัตว์เลี้ยง รวมไปถึงสินค้าประเภทอื่นๆ อีกทั้งได้หารือกับบริษัท Mitsui ประเทศญี่ปุ่น เพื่อวางแนวทางความร่วมมือทางการค้าในอนาคต พร้อมทั้งดำเนินการจัดหาวัตถุดิบ (Sourcing) เพื่อสนับสนุนผู้ส่งออก
กรมยังได้ขอความร่วมมือให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) จัดทำฐานข้อมูลผู้นำเข้าใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความคล่องตัวให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศด้วย