กบน. ลดรายรับ หลังประมาณการฐานะกองทุนเป็นบวก สู้วิกฤตราคาน้ำมันโลก สั่งลดการจัดเก็บอัตราเงินกองทุนครั้งที่ 4 เพื่อตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลและเบนซิน
รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซลลง 39 สตางค์ต่อลิตร และน้ำมันน้ำมันเบนซินทุกชนิดลง 40-50 สตางค์ตต่อลิตร ยกเว้นน้ำมันแก๊สโซฮอล อี85 ลดลง 12 สตางค์ต่อลิตร เพื่อตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลและเบนซินคงเดิม ณ หน้าสถานีบริการน้ำมัน หลังเคยลดอัตราเงินกองทุนในเดือนม.ค. 3 ครั้ง
“กองทุนสามารถบริหารจัดการกองทุนกลับมามีสถานะเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 4 ปี เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2569 อยู่ที่ 505 ล้านบาท หลังเคยติดลบกว่าแสนล้านในปี 2565 แต่สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงมีความผันผวน ซึ่งกองทุนได้สั่งการให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ติดตามสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น แล้วส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนต่อไป”
รายงานข่าวระบุว่า ทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลกเริ่มปรับตัวสูงขึ้น จากสถานการณ์ที่สหรัฐปฏิเสธคำขอของอิหร่านในการขอเปลี่ยนแปลงสถานที่เจรจาจากนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ไปยังประเทศโอมานและต้องการให้การเจรจาจัดขึ้นในรูปทวิภาคีเฉพาะกับสหรัฐเท่านั้น แทนการมีชาติอาหรับและมุสลิมหลายประเทศเข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์
นอกจากนี้ อิหร่านต้องการจำกัดขอบเขตการเจรจาให้มุ่งเน้นเฉพาะประเด็นโครงการนิวเคลียร์เท่านั้น ซึ่งการประชุมกำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ.นี้ โดยนักวิเคราะห์ส่งสัญญาณว่า การเจรจาอาจล้มเหลวทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอีก แต่การประชุมก็จะมีขึ้นในวันศุกร์นี้ และคงต้องรอผลการเจรจาอีกครั้ง
สำหรับฐานะกองทุน ณ วันที่ 1 ก.พ.2569 กลับมาเป็นบวกอยู่ที่ 505 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันบวกอยู่ที่ 39,046 ล้านบาท และบัญชีก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) หรือก๊าซหุงต้มติดลบอยู่ที่ 38,541 ล้านบาท ส่วนการปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนประเภทน้ำมัน จะทำให้รายรับลดลงประมาณวันละ 39.83 ล้านบาท จากเดิมที่มีรายรับประมาณวันละ 91.61 ล้านบาท