สศอ. จัด OIE Forum ครั้งที่ 17 เปิดเวที “ฝ่าความท้าทาย ดันอุตสาหกรรมไทย สู่อนาคตยั่งยืน” ชูแนวคิด Rising Beyond Challenges เดินหน้าสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่”

นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ดึงอุตสาหกรรมไทย สู่การเติบโตยุคใหม่อย่างยั่งยืน” ในงานสัมมนาประจำปี สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) หรือ OIE Forum ครั้งที่ 17 ภายใต้หัวข้อ “Rising Beyond Challenges : Toward Sustainability for Thailand’s Industries ฝ่าความท้าทาย ดันอุตสาหกรรมไทย สู่อนาคตยั่งยืน” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

โดยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมหลักของประเทศ 3 กลุ่ม ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ ที่มีการพัฒนาไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) โดยรวมยังขยายตัวได้ดี อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มีการพัฒนา PCB, HDD, คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบอย่างต่อเนื่อง และอุตสาหกรรมอาหาร ภาพรวมยังขยายตัวได้ดี

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ตัวเลขทางเศรษฐกิจของโลกในปี 2564-2569 ยังไม่ขยายตัวสูงเท่าช่วงก่อนโควิด ทำให้การฟื้นตัวจึงเป็นไปอย่างช้าๆ ขณะเดียวกัน พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ธุรกิจต้องมีการปรับตัว

เช่น การสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ ร้านค้าออนไลน์ การพัฒนาด้านเทคโนโลยีและ AI กระทบอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลง ส่งผลให้แต่ละประเทศต้องมีมาตรการรับมือ และเริ่มมีการกำหนดกฎระเบียบของโลก และกฎเกณฑ์ทางการค้าต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดูแลสังคม และแรงงาน

กระทรวงอุตสาหกรรม มีการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมโดยมุ่งเน้นความยั่งยืนเป็นสำคัญ โดยมีแนวทางการพัฒนา คือ 1.อุตสาหกรรมต้องแข่งขันได้ในอนาคต แม้ว่าภายใต้เศรษฐกิจที่ยังดูไม่ค่อยดีมากนัก แต่ยังมีความหวังจากการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่

เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ อุตสาหกรรมระบบราง อุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่ อุตสาหกรรมก่อสร้าง และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ในอนาคต โดยสร้างแบรนด์คนไทยให้เข้มแข็ง ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานสินค้า เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ภายใต้แนวคิด Made in Thailand

2.การดูแลสังคมและชุมชน โรงงานต้องปรับตัว สร้างสมดุลให้เหมาะสมกับคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ เคารพกติกาในการอยู่ร่วมกัน ดังเช่นการงดเผาอ้อย และโรงงานน้ำตาลไม่รับอ้อยเผา ทำให้ลดฝุ่น PM 2.5 หรือการใช้มาตรฐาน EURO 5/EURO 6

3.กติกาสากล อุตสาหกรรมไทยต้องเร่งปรับตัวให้สอดรับกับกฎระเบียบของโลก เช่น CBAM และ EUDR ที่เริ่มข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการในการแข่งขัน และรักษาความเข้มแข็งของการประกอบกิจการ

และ 4.การกระจายรายได้ ประเทศไทยต้องมีการกระจายรายได้ โดยมีเม็ดเงินหมุนเวียนไปสู่ฐานราก ผ่านการจ้างงาน การใช้วัตถุดิบในชุมชน เพื่อให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจและนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

นายณัฐพล กล่าวย้ำว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการยกระดับการทำงาน เช่น การรายงานข้อมูลมาอยู่ในระบบเดียวกัน (iSingle Form) การดำเนินงานของกระทรวงอุตสาหกรรมที่ได้เร่งขับเคลื่อนมีหลายเรื่อง

เช่น ควบคุมการเผาอ้อยตั้งแต่ต้นฤดูกาลให้การเผาเหลือศูนย์ ซึ่งประเด็นด้านมาตรฐานเป็นเรื่องที่กระทรวงอุตสาหกรรมดูแลอย่างจริงจัง ถ้าพบเห็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานหรือการแข่งขันที่ไม่เท่าเทียม ขอให้แจ้งกระทรวงอุตสาหกรรมผ่านระบบรับเรื่องร้องเรียนที่ทันสมัย คือ ระบบแจ้งอุตฯ

นอกจากนี้ กรณีพบสินค้าไม่ได้มาตรฐานหรือไม่มี มอก. ผู้บริโภคสามารถแจ้งผ่านระบบ QR Code กระทรวงอุตสาหกรรมจะดูแลผู้ประกอบการให้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน โดยมีกลไกและนโยบายที่เหมาะสม เพื่อให้ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนไปพร้อมกัน ตามแนวนโยบาย Thailand as one

ด้าน นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการ สศอ. กล่าวว่า สศอ. ทำหน้าที่ในการกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรม และเป็นกลไกสำคัญที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับภาคอุตสาหกรรมไทย ผ่านการดำเนินงานตามภารกิจสำคัญทั้งในด้านการจัดทำนโยบาย แผนงาน มาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ และการศึกษาวิเคราะห์ให้บริการข้อมูลสารสนเทศ เพื่อชี้นำและเตือนภัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรม

โดยการจัดงานประจำปี สศอ. (OIE Forum) ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นเวทีในการชี้นำการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศสู่ความยั่งยืนตามวิสัยทัศน์ของ สศอ. แล้ว ยังถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือเชื่อมโยงฟันเฟืองต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่่อสร้างให้เกิดระบบนิเวศของการทำงานที่จะเติมเต็มให้ภาพความสำเร็็จของอุุตสาหกรรมไทยให้มีความสมบููรณ์ แข็งแกร่ง และพร้อมแข่งขันในเวทีโลก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน