เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. ชี้รัฐบาลใหม่ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน อัดทีมเศรษฐกิจมืออาชีพ ฟื้นเศรษฐกิจไทยปีท้าทาย

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนภาคเอกชน เสถียรภาพทางการเมืองเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หากรัฐบาลสามารถรวมเสียงได้เกิน 300 เสียง จะช่วยให้การผลักดันนโยบายเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ลดแรงเสียดทานทางการเมือง และเพิ่มความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ ภาคเอกชนให้ความสำคัญกับ “ความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ” โดยเฉพาะกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลกับภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการหารืออย่างสม่ำเสมอในที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ และมีการผลักดันโครงการเร่งด่วน (Quick Win) ที่เห็นผลในระยะสั้น

นายเกรียงไกรเสนอว่า รัฐบาลใหม่ควรต่อยอดทีมงานชุดเดิมที่ทำงานได้ผล พร้อมเสริมบุคลากรมืออาชีพเข้าไปในบางกระทรวงเศรษฐกิจ เพื่อให้การทำงาน “ครบทีม” และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายเกรียงไกร กล่าวด้วยว่าปี 2569 เป็นปีที่เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายสูง ท่ามกลางความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก โดยหลายสำนักคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในระดับต่ำ จึงจำเป็นต้องเร่งมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน ผ่านมาตรการระยะสั้น ระยะกลาง และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว

นายเกรียงไกร ย้ำว่าการปราบคอร์รัปชันต้องเดินควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่กัดกร่อนระบบเศรษฐกิจ เปรียบเสมือนรูรั่ว ที่ทำให้เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไหลเข้าไปสูญหาย หากไม่อุดช่องโหว่เรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง การขอใบอนุญาตที่ซับซ้อน และการทุจริตในระบบราชการ ซึ่งถือเป็นต้นทุนแฝง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะไม่เกิดผลเต็มที่

นายเกรียงไกร ยังแสดงความกังวลต่อขนาดของเศรษฐกิจนอกระบบ (เศรษฐกิจใต้ดิน) ที่มีสัดส่วนสูงเกือบครึ่งหนึ่งของระบบเศรษฐกิจ รวมถึงปัญหาสินค้าราคาถูกไร้คุณภาพที่ไหลเข้ามากระทบอุตสาหกรรมไทยอย่างรุนแรง ปัจจุบัน 48 กลุ่มอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบแล้วกว่าครึ่ง หรือ 28 กลุ่ม หากไม่เร่งแก้ไข อาจกระทบเพิ่มเป็น 30 กลุ่มอุตสาหกรรมในปีนี้ ส่งผลต่อการปิดกิจการ การจ้างงาน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นายเกรียงไกร ยังกล่าวถึงประเด็นการจัดตั้งรัฐบาลว่า สิ่งที่อยากเห็นคือรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศได้อย่างแท้จริง โดยเงื่อนไขสำคัญที่ภาคเอกชนมองว่าเป็นหัวใจของเสถียรภาพทางการเมือง คือ การรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลให้ได้มากกว่า 300 เสียง เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ลดแรงเสียดทาน และสร้างความมั่นใจต่อการทำงานของรัฐบาลในระยะยาว

ขณะเดียวกัน พรรคการเมืองที่เข้าร่วมรัฐบาลควรเป็นพรรคที่เมื่อรวมกันแล้วสามารถเสริมภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นให้กับรัฐบาลได้ ทั้งในสายตาประชาชน และนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

“การจัดทีมรัฐบาลไม่ใช่เพียงการรวมเสียงให้ครบ แต่ต้องเป็นการคัดสรรส่วนผสมที่เหมาะสม เพื่อยกระดับความเชื่อถือของรัฐบาลใหม่ในเวทีเศรษฐกิจ”

นายเกรียงไกร กล่าวและว่า พรรคฝ่ายค้านหรือพรรคร่วมรัฐบาลใดก็ตาม หากสามารถเข้ามาเสริมภาพลักษณ์เชิงบวก เพิ่มความน่าเชื่อถือ และช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจได้ ย่อมเป็นประโยชน์ต่อประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความท้าทายสูง

“รัฐบาลใหม่ได้รับอำนาจจากประชาชนแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการบริหารอำนาจนั้นให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างแท้จริง เลือกทีมที่เป็นมืออาชีพ เปิดตัวแล้วประชาชนรู้สึกอุ่นใจ และนักลงทุนเชื่อมั่น” นายเกรียงไกร กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน