ดัชนี SET พุ่งแรงทะลุ 1,400 จุด ครั้งแรกในรอบ 1 ปี ขานรับผลเลือกตั้งไม่เป็นทางการ CGSI มองการเมืองชัดเจนหนุนเงินต่างชาติไหลเข้า พร้อมปรับเป้าดัชนี้ปีนี้ที่ 1,480 จุด

วันที่ 9 ก.พ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สามารถปรับขึ้นทะลุ 1,400 จุด ได้สำเร็จ โดยขานรับผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ

ทั้งนี้ ณ เวลา 11.30 น. ดัชนีหุ้นไทยสามารถยืนเหนือ 1,400 จุด ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี นับตั้งแต่ สิ้นเดือนธ.ค. 2567 SET Index ปิดที่ 1,400.21 จุด และขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,403.96 จุด ก่อนที่ดัชนีหุ้นจะปรับลดลงสลับขึ้น โดย เวลา 12.00 น. ดัชนีอยู่ที่ระดับ 1,399.72 จุด โดยปรับเพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้า 45.71 จุด หรือ +3.38% ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นที่ 62,346.85 ล้านบาท

ทางด้านบริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ถึงผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ว่า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้จำนวน สส.มากกว่าคาด สามารถเข้ากุมบังเหียนกระทรวงสำคัญๆ ได้ โดยเชื่อว่า ภท.มีโอกาสสูงที่จะจับมือกับพรรคเพื่อไทย (พท.) เพื่อตั้งรัฐบาลใหม่อย่างที่คาดไว้ก่อนหน้านี้

ขณะที่สำนักคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องตรวจสอบคะแนนและรับรองผลอย่างน้อย 95% ภายในวันที่ 9 เม.ย. 2569 จากนั้นคาดว่าจะเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรภายใน 15 วันหรือภายในวันที่ 24 เม.ย. ดังนั้น สภาฯ น่าจะต้องโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในราวปลายเดือนเม.ย.นี้

ฝ่ายวิเคราะห์ฯ มองว่า การที่ ภท.ทำผลงานได้ดีในการเลือกตั้งครั้งนี้ คาดว่าตลาดหุ้นไทยจะตอบสนองในเชิงบวก เพราะคาดหวังกับเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่และการสานต่อนโยบาย

ขณะที่ฝ่ายวิเคราะห์ฯ แนะนำให้นักลงทุนย้ายการลงทุนจากหุ้นและกลุ่มปลอดภัย (defensive) ที่ outperform ตลาดไปแล้ว เช่น กลุ่มโทรคมนาคม, กลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคาร มายังหุ้นกลุ่มที่ยังคงเป็น laggard อย่างเช่น กลุ่มการแพทย์, กลุ่มท่องเที่ยว, กลุ่มสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคและกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม

อีกทั้งยังมองว่าภาพการเมืองไทยที่ชัดเจนขึ้น อาจดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยรวม 4.47 แสนล้านบาทในปี 2566-2568 แต่ทิศทางเริ่มเปลี่ยนมาเป็นบวกเล็กน้อย โดยมีเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าตลาดหุ้นไทยสุทธิ 1.5 หมื่นล้านบาท นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD)

ขณะที่ ดัชนี SET ปรับลงไปถึง 19% นับจากสิ้นปี 2565 ซึ่ง underperform คู่แข่งในภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ P/E ล่วงหน้า 12 เดือน อยู่ที่ประมาณ 15 เท่า หรือ -1SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี จึงมองว่าการประเมินมูลค่าในขณะนี้น่าสนใจ

นอกจากนี้ภาพการเมืองไทยที่ชัดเจนขึ้นน่าจะดึงดูดให้มีเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้ามามากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นไทย

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI เชื่อว่า ด้วยคะแนนเสียงที่ท่วมท้น รัฐบาลใหม่จะทำให้การเมืองไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน จึงปรับเพิ่มเป้าดัชนี SET จากเดิม 1,400 จุด เท่ากับ P/E 15 เท่าปี 70,-0.75SD เป็น 1,480 จุด หรือเท่ากับ P/E 15.6 เท่าในปี 70 หรือเท่ากับ -0.25SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี

โดยมองว่าการมีเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศมากขึ้นและสถานการณ์การเมืองที่มีแนวโน้มดีขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นไทย

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังมี downside risk หรือความเสี่ยงที่จะปรับลดลง หากเกิดความวุ่นวายทางการเมืองขึ้นอีกและเศรษฐกิจประเทศอ่อนตัวกว่าคาด

ขณะที่รายชื่อหุ้น Top pick ของฝ่ายวิเคราะห์ฯประกอบด้วย BDMS, MRDIYT, CPN, ERW, GULF, MOSHI, MTC, PR9, SPALI, TIDLOR, และ WHA

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน