เวิลด์แบงก์ คาดจีดีพีไทยปี 2569 โต 1.6% หวังฟื้นตัวปี 2570 ที่ 2.2% ชี้อุตสาหกรรมสีเขียว ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยโต 2.9% ในปี 2578 ก้าวข้ามสู่การผลิตมูลค่าสูง
นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำประเทศไทย ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เปิดเผยว่ารายงาน Thailand Economic Monitor ก.พ.2569 “อุตสาหกรรมการผลิตสีเขียวขั้นสูงเพื่อขับเคลื่อนการเติบโต” ระบุว่าอุตสาหกรรมการผลิตสีเขียวขั้นสูงเป็นแนวทางที่มีศักยภาพในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้กลับมามีพลวัตอีกครั้ง
โดยการขยายไปสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูงและปล่อยคาร์บอนต่ำ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงาน จะช่วยเพิ่มผลิตภาพ สร้างงาน และทำให้ประเทศไทยสามารถปรับตัวต่อทิศทางอุปสงค์ของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงได้
ทั้งนี้ ภายใต้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยปี 2569 ที่คาดการณ์ว่าจะชะลอลงเหลือ 1.6% สะท้อนผลจากภาวะการค้าโลกที่ชะลอตัว ระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ช้าลง
ส่วนปี 2570 คาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอยู่ที่ 2.2%จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น การลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่งขึ้น และโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเงินลงทุนจริง ภาคการผลิตยังคงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย คิดเป็น 25% ของจีดีพี และ 16% ของการจ้างงาน หรือประมาณ 6.2 ล้านตำแหน่ง
“การวิเคราะห์ของเราชี้ว่าการขยายอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาจช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ได้อีก 2.9% ภายในปี 2578 โอกาสสำคัญนี้คือ การก้าวข้ามจากการประกอบไปสู่การผลิตที่มีมูลค่าสูงขึ้น”นายเกียรติพงศ์ กล่าว
ในรายงานยังระบุอีกว่า สินค้าส่งออกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทยมีสัดส่วนเกือบ 10% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด และโดยเฉลี่ยมีความซับซ้อนทางเทคโนโลยีสูงกว่าสินค้าที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมการผลิตสีเขียวขั้นสูงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต เสริมสร้างความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจ และสร้างงานที่มีคุณภาพ
โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน อุปกรณ์เซลล์แสงอาทิตย์ และเทคโนโลยีระบบทำความเย็นที่ประหยัดพลังงาน เป็นห่วงโซ่มูลค่าสีเขียวที่ประเทศไทยมีศักยภาพที่แข็งแกร่งเป็นทุนเดิม และสามารถต่อยอดไปสู่การผลิตที่มีมูลค่าสูงขึ้นได้
“ปัจจุบันเครื่องปรับอากาศที่ผลิตในประเทศไทย มีสัดส่วนเกือบ 1 ใน 3ของตลาดโลก หรือ 10% ของการส่งออกเครื่องปรับอากาศทั่วโลก ขณะที่ยานยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ส่วนใหญ่ที่ผลิตในประเทศไทยปัจจุบันยังสามารถนำไปใช้กับยานยนต์ไฟฟ้าได้ ช่วยรักษาการจ้างงานควบคู่ไปกับการยกระดับกระบวนการผลิต”
อย่างไรก็ตาม รายงานเน้นย้ำถึงนโยบายที่ดึงดูดการลงทุน สนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยี เสริมความเข้มแข็งให้กับซัพพลายเออร์ในประเทศ และกำหนดแรงจูงใจที่ชัดเจนสำหรับการผลิตคาร์บอนต่ำ จะช่วยให้อุตสาหกรรมการผลิตสีเขียวกลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ของการเติบโตที่ยั่งยืนและทั่วถึงของไทยในอนาคต
ดังนั้น ไทยต้องปฏิรูปเพื่อเสริมสร้างฐานรากการเติบโตของประเทศไทย อาทิ การส่งเสริมการแข่งขัน การยกระดับทักษะแรงงาน และการปรับสมดุลทางการคลัง การส่งเสริมการแข่งขันในภาคบริการและโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยยกระดับผลิตภาพและดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพ
ขณะเดียวกัน ต้อรฝึกอบรมและการยกระดับทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมจะช่วยให้แรงงานสามารถย้ายเข้าสู่ภาคส่วนที่เติบโตเร็ว เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และอุตสาหกรรมการผลิตสีเขียว การฟื้นฟูพื้นที่ทางการคลังอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผ่านการใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและการขยายฐานรายได้ จะสนับสนุนการปฏิรูปเหล่านี้และช่วยให้ประเทศไทยคว้าโอกาสการเติบโตใหม่ๆ ได้