สรรพสามิต เผย 4 เดือนแรกปีงบ 69 เก็บรายได้ 1.91 แสนล้าน เกินเป้า 8.3 พันล้านบาท หรือ 5% จากอานิสงส์เร่งผลิต-ซื้อรถก่อนปรับภาษีใหม่
17 ก.พ. 69 – นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ภาพรวมการจัดเก็บรายได้ ยังสามารถจัดเก็บได้ตามเป้าหมาย
ในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 69 (ต.ค. 68 – ม.ค. 69) สามารถจัดเก็บรายได้ 1.91 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณอยู่ที่ 8,300 ล้านบาท หรือคิดเป็นสูงกว่าเป้า 5%
ปัจจัยสำคัญมาจากการเร่งผลิตซื้อ และนำเข้ารถยนต์ก่อนการปรับโครงสร้างภาษีใหม่ที่มีผลตั้งแต่เดือน ม.ค. 69 ที่ผ่านมา ทำให้เดือน ธ.ค. 68 มีปริมาณรถยนต์สูงกว่าปกติ ส่งผลบวกต่อรายได้ในช่วงต้นปี รวมถึงการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการท่องเที่ยวที่ขยายตัว ส่งผลดีต่อสินค้าบางประเภท โดยเฉพาะเครื่องดื่มและสินค้าที่เกี่ยวกับภาคบริการ
สำหรับการจัดเก็บรายได้ภาษีรถยนต์ในปัจจุบัน แม้ปริมาณรถยนต์ในตลาดโดยรวมจะไม่ได้ลดลง แต่โครงสร้างตลาดมีการเปลี่ยนผ่านอย่างชัดเจนจากรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) ไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด (Hybrid) มากขึ้น
รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เข้าร่วมมาตรการส่งเสริมของภาครัฐ เช่น โครงการ EV 3.5 หรือโครงการตามเงื่อนไขเอ็มโอยู ยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีตามสัญญา โดยเสียภาษีในอัตรา 2% ต่อเนื่องอีก 2 ปี ขณะที่รถยนต์ EV ที่ไม่ได้เข้าร่วมมาตรการสนับสนุน อัตราภาษีได้ปรับเพิ่มจาก 8% เป็น 10% ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยการปรับขึ้นทุก 2% สำหรับรถราคาประมาณ 1 ล้านบาท จะทำให้ภาระภาษีเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 20,000 บาทต่อคัน
ขณะที่รถยนต์ไฮบริด ซึ่งเติบโตอย่างชัดเจนในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา มีการปรับโครงสร้างภาษีเช่นกัน โดยรถยนต์ไฮบริดที่ผลิตในประเทศและเป็นไปตามเงื่อนไข เช่น การใช้ชิ้นส่วนในประเทศ และติดตั้งระบบความปลอดภัยขั้นสูง (ADAS) ปรับอัตราภาษีจาก 4% เป็น 6% ส่วนรถนำเข้าทั้งคันปรับจาก 8% เป็น 10%