หุ้นไทย พุ่งแรงสุดในโลก ทุนต่างชาติทะลัก 5.2 หมื่นล้าน ลุ้นเลือกตั้งชี้ชะตา

นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยพุ่งแรงสุดในโลก ณ ขณะนี้ บวกกว่า 8.3% หลังการเลือกตั้ง (9 ก.พ. – 18 ก.พ. 2569) ถือเป็นช่วง Global Rebalance ที่เม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชียอย่างโดดเด่น รวมถึงเกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเวียดนาม แรงสนับสนุนสำคัญมาจากฟันด์โฟลว์ที่เร่งตัวไหลเข้าตลาดหุ้นไทยในช่วงหลังเลือกตั้งสูงถึง 3.7 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ยอดซื้อสะสมตั้งแต่ต้นปีขยับขึ้นไปแตะระดับ 5.2 หมื่นล้านบาท โดยการเคลื่อนไหวหุ้นไทย วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ดัชนีหุ้นอยู่ที่ระดับ 1,493.91 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 27.24 จุด หรือบวก 1.86% มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 94,756.45 ล้านบาท

ปัจจัยที่ต้องติดตามในประเทศเป็นเรื่องหลักๆ ได้แก่ กรณีการพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่ระบุให้การลงคะแนนต้องเป็นความลับ ถือเป็นตัวแปรชี้ชะตารัฐบาลใหม่ โดยประเมินไว้ 2 ฉากทัศน์ คือ 1.เป็นโมฆะ หากพิสูจน์ได้ว่าระบบคิวอาร์โค้ดสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าผู้ใดเป็นคนลงคะแนน จะถือว่าขัดรัฐธรรมนูญและต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะสุญญากาศทางการเมืองยืดเยื้อไปอีก 3-4 เดือน ส่งผลกระทบเชิงลบต่อตลาดหุ้น และทำให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุน รวมถึงกระทบการเบิกจ่ายงบประมาณ

และ 2.รอด หาก กกต. พิสูจน์ได้ว่าโค้ดดังกล่าวมีไว้เพื่อป้องกันการทุจริตจริง และไม่สามารถเชื่อมโยงกลับไปยังตัวบุคคลผู้ลงคะแนนได้ การเลือกตั้งจะสามารถเดินหน้าต่อไป ส่งผลให้ตลาดหุ้นตอบรับในเชิงบวกทันที เนื่องจากขจัดความเสี่ยงเรื่องสุญญากาศทางการเมือง และงบประมาณสามารถเบิกจ่ายได้ตามกำหนด

นายภราดร กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ด้านปัจจัยต่างประเทศ ตลาดยังคงได้รับอิทธิพลจากการรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC Minutes) ที่ส่งสัญญาณว่าอาจยังไม่ปิดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อยังสูง ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่า และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี ทะลุ 4% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบดับเบิ้ลยูทีไอ ปรับตัวพุ่งขึ้นกว่า 4% ทะลุ 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง

ด้านภูมิภาคเอเชีย ประเทศญี่ปุ่นมีปัจจัยเชิงบวกจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่นำโดยนายกรัฐมนตรี ซาเนะ ทาคาอิชิ ที่ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย ซึ่งเตรียมเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจเร่งด่วน อาทิ การกระตุ้นงบประมาณและการลดภาษีอาหาร อีกทั้งตลาดโลกยังได้รับข่าวดีจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทชั้นนำอย่าง FIGMA และ BOOKINGS ที่มีรายได้เติบโตสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน