“MR. D.I.Y.” โชว์ผลงานปี 2568 รายได้โต 24.4% แตะ 20,077.9 ล้านบาท กำไรสุทธิเพิ่ม 47.8% อยู่ที่ 2,631.4 ล้านบาท จากแรงหนุนธุรกรรมทะลุ 121.2 ล้านรายการ และการเปิดสาขาใหม่ครบ 200 แห่ง ดันสาขารวม 1,127 แห่งทั่วประเทศ
นายแอนดี้ ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าบริษัทดำเนินธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ ภายใต้ MR. D.I.Y มีอัตราการเติบโตสูงในประเทศไทย โดยผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น 24.4% จากปีก่อน สู่ระดับ 20,077.9 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 47.8% อยู่ที่ 2,631.4 ล้านบาท
โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากจำนวนธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นเป็น 121.2 ล้านรายการ เติบโต 23.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน สอดคล้องกับความสำเร็จในการเปิดสาขาใหม่ครบตามเป้าหมาย 200 สาขา ภายในปี 2568 และยอดขายของสาขาเดิม ที่เติบโตขึ้น 2.7% นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นยังปรับตัวดีขึ้นเป็น 51.7% จาก 49.7% ในปีก่อนหน้า
สำหรับไตรมาส 4 ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 23.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 5,734.2 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 31.2% อยู่ที่ 850.0 ล้านบาท โดยยอดขายของสาขาเดิมยังคงเป็นบวกที่ 1.4%
ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการประหยัดต่อขนาด ทำให้สัดส่วนยอดขายสินค้าที่เหมาะสมมากขึ้น และโมเดลธุรกิจที่มีความยืดหยุ่น ควบคู่กับการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ
โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสาขารวมทั้งสิ้น 1,127 สาขาทั่วประเทศ โดยในปีดังกล่าวได้เปิดสาขาใหม่จำนวน 200 สาขา ซึ่งรวมถึง 55 สาขา ในไตรมาส 4 ซึ่งแผนการขยายสาขามุ่งเน้นทั้งรูปแบบนอกศูนย์การค้าและภายในศูนย์การค้า เพื่อเพิ่มการเข้าถึงของลูกค้าและเสริมสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง ส่งเสริมการเข้ามาใช้บริการทั้งจากลูกค้าใหม่และลูกค้าเดิมทั่วประเทศ
“แม้ในระหว่างปีจะเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่และสถานการณ์ความไม่แน่นอนบริเวณชายแดนในบางช่วงเวลา บริษัทสามารถดำเนินแผนขยายสาขาได้ตามเป้าหมายที่วางไว้”
นายแอนดี้ ชิน กล่าวและว่าสำหรับแผนการขยายสาขาปี 2569 จำนวน 210 สาขา บริษัทได้ลงนามในสัญญาแล้วประมาณ 70% ของแผนขยายสาขา ด้วยกลยุทธ์การขยายเครือข่ายสาขาที่ชัดเจน โครงสร้างการดำเนินงานที่พร้อมรองรับการเติบโต และฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง บริษัทมีความพร้อมในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย
โดยบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับพื้นฐานธุรกิจ ควบคู่กับการขับเคลื่อนกลยุทธ์อย่างมีวินัย เพื่อสร้างผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง ประกอบกับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ถือเป็นก้าวสำคัญที่เหมาะสมในการสนับสนุนแผนการขยายธุรกิจ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน
ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO บริษัทปลอดภาระหนี้สิน ส่งผลให้มีความยืดหยุ่นทางการเงินเพิ่มขึ้น และทำให้บริษัทสามารถมุ่งเน้นการเติบโตจากการขยายธุรกิจหลัก พร้อมทั้งสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
โดยล่าสุด คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเสนอจ่ายเงินปันผลประจำปีในอัตรา 0.06 บาทต่อหุ้น สำหรับไตรมาส 4 ปี 2568 คิดเป็นมูลค่ารวม 361 ล้านบาท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี (AGM) เงินปันผลที่เสนอคิดเป็นร้อยละ 42.5 ของกำไรสุทธิไตรมาส 4 และสอดคล้องกับนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทที่กำหนดให้จ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิ