‘ธรรมนัส’ ลั่นทำหน้าที่ต่อ จนกว่าจะมี ครม. ชุดใหม่ เดินหน้าหาแนวทางรับมือราคาปุ๋ย-น้ำมัน ดัน ต้นทุนการผลิตทางการเกษตรพุ่ง จากผลกระทบสงคราม

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันที่เกษตรกรใช้ รวมถึงต้นทุนการผลิตของภาคเกษตรที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ทั้งยังมีกลุ่มชาวประมงส่งสัญญาณเตรียมเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล

ขณะนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังมีอำนาจปฏิบัติหน้าที่อยู่ ซึ่งหากเป็นนักการเมืองคนอื่น อาจเตรียมเก็บของกลับบ้านไปแล้ว แต่ตนยืนยันว่าจะยังคงทำหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม.ชุดใหม่

โดยจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรจนถึงช่วงเวลาสุดท้ายของการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งนโยบายและการทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังคงดำเนินการตามปกติ ซึ่งได้ประสานงานกับ ปลัดรวมถึงอธิบดีของแต่ละกรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อหารือแนวทางรับมือผลกระทบจากสงคราม โดยเฉพาะปัญหาค่าครองชีพและต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญ

“ขณะนี้ปัญหาด้านการตลาดของสินค้าเกษตรยังไม่รุนแรงมากนัก แต่สิ่งที่น่ากังวลคือเรื่องต้นทุนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นราคาปุ๋ยหรือราคาน้ำมัน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อเกษตรกรโดยตรง และเริ่มเห็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มเกษตรกรในหลายพื้นที่”

อย่างไรก็ตาม ได้หารือร่วมกับปลัดรวมถึงผู้บริหารของกระทรวงว่า จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาต่างๆ ต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งหลังจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคนใหม่จะดำเนินนโยบายต่อไป

ด้าน นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบให้หน่วยงานราชการดำเนินมาตรการประหยัดพลังงาน รวมถึงการใช้นโยบายการทำงานที่บ้าน หรือ Work From Home (WFH) เต็มรูปแบบ ยกเว้นหน่วยงานที่ให้บริการประชาชนซึ่งจำเป็นต้องปฏิบัติงานในพื้นที่

ในส่วนของ สศก. มีความพร้อมและได้เตรียมมาตรการรองรับไว้แล้ว เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามนโยบายของ ครม. ได้ทันที ขณะที่ภาพรวมของกระทรวงคาดว่าปลัดจะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือและกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในเร็วๆ นี้

สำหรับกรอบระยะเวลาการเริ่มปฏิบัติงาน โดยหลักการแล้วการทำงานแบบ Work From Home ของทุกกรมในสังกัดกระทรวง มีแนวทางปฏิบัติที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้กำหนดไว้แล้วตั้งแต่ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งแต่ละหน่วยงานสามารถนำมาปรับใช้และดำเนินการได้ทันที โดยยึดตามแนวทางของ ก.พ. เป็นหลัก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน