อินโดรามา เวนเจอร์ส ร่วมมือกับ Nigerian Breweries และ Genesis Energy สร้างโรงงานผลิต rPET ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปแอฟริกา 45,000 ตันต่อปี หนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน
วันที่ 12 มี.ค. 2569 นายยาช โลเฮีย ประธานบริหารฝ่ายปิโตรเคมีและประธานคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (rPET) ร่วมกับ Nigerian Breweries Plc ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดของไนจีเรีย และ Genesis Power & Energy Solutions Ltd บริษัทชั้นนำด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดและการบริหารสินทรัพย์ในแอฟริกา
ทั้งนี้เมื่อพิจารณาจากกำลังการผลิตที่วางแผนไว้ คาดว่าโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (rPET) ดังกล่าวจะมีความทันสมัยและมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปแอฟริกา ประกอบกับความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียนและห่วงโซ่คุณค่าในการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนในภูมิภาค
สำหรับโครงการตั้งอยู่ในเมืองลากอส ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อพัฒนาโรงงานที่สามารถผลิตเม็ด rPET ระดับ food grade ได้สูงสุด 45,000 ตันต่อปี โดยมีเป้าหมายเริ่มการผลิตในช่วงครึ่งแรกของปี 2570 ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการวัสดุรีไซเคิลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
โดยการนำขวด PET ที่ผ่านการใช้งานจากผู้บริโภคกลับมาแปรรูปเป็นวัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูงสำหรับใช้ในบรรจุภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติก และสร้างมูลค่าในท้องถิ่นผ่านการพัฒนาระบบการเก็บขวดที่ใช้แล้ว การสร้างอาชีพ และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในห่วงโซ่คุณค่าด้านการรีไซเคิล
ความร่วมมือครั้งนี้ผสมผสานจุดแข็งของพันธมิตรในห่วงโซ่คุณค่าของ PET โดย อินโดรามา เวนเจอร์ส ซึ่งเป็นผู้รีไซเคิลขวดเครื่องดื่ม PET รายใหญ่ที่สุดของโลก นำความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาวัสดุที่ยั่งยืนมาใช้
ขณะที่ Nigerian Breweries ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Heineken มีความเข้าใจตลาดท้องถิ่นและระบบอุตสาหกรรมเครื่องดื่มในประเทศไนจีเรียเป็นอย่างดี และ Genesis Energy ให้การสนับสนุนความร่วมมือนี้ด้วยความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานที่ยั่งยืน
ทำให้คาดว่าโครงการนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพการรีไซเคิลในไนจีเรีย จากการได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล การตรวจสอบด้านเทคนิค และการดำเนินโครงการตามแผนการปฏิบัติงาน โดยพันธมิตรทั้งสามฝ่ายมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาธุรกิจ rPET เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
“โครงการนี้สอดคล้องกับนโยบายการจัดการขยะพลาสติกแห่งชาติของไนจีเรีย ที่ประกาศใช้ในปี 2563 ซึ่งมุ่งส่งเสริมการเก็บขยะ การรีไซเคิล และแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน”
นายยาช โลเฮีย กล่าวและว่าโดยตั้งเป้าหมายให้บรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมดสามารถรีไซเคิล ย่อยสลายตามธรรมชาติ สลายกลายเป็นสารอินทรีย์ หรือใช้ซ้ำได้ภายในปี 2573 โดยเมืองลากอสซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของไนจีเรีย เป็นทำเลเชิงกลยุทธ์สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการรีไซเคิลที่สามารถรองรับทั้งความต้องการภายในประเทศและในระดับภูมิภาค
ทั้งนี้ปัจจุบัน อินโดรามา เวนเจอร์ส มีโรงงานรีไซเคิล 20 แห่งใน 11 ประเทศทั่วโลก และได้รีไซเคิลขวด PET ที่ผ่านการใช้งานจากผู้บริโภคมากกว่า 1.6 แสนล้านขวด ให้กลับมาเป็นวัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูง โรงงานในไนจีเรียแห่งนี้ถือเป็นการลงทุนด้านการรีไซเคิลแห่งแรกของบริษัทในทวีปแอฟริกา และยังเป็นโรงงานรีไซเคิลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่บริษัทเคยสร้างมา
ขณะที่ Genesis Energy สนับสนุนความร่วมมือครั้งนี้ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและทางเลือกด้านพลังงานที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำและระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในทวีปแอฟริกา
ปัจจุบันบริษัทดำเนินงานใน 11 ประเทศในแอฟริกา โดยมีโครงการผลิตไฟฟ้าระดับสาธารณูปโภครวมมากกว่า 780 เมกะวัตต์ ทั้งยังมีโครงการที่อยู่ในระยะก่อสร้าง และโครงการพัฒนาขั้นสูงในประเทศไนจีเรีย แอฟริกาใต้ สาธารณรัฐเบนิน แซมเบีย รวันดา ซิมบับเว มาลี และสหราชอาณาจักร
รวมถึงมีโครงการในแผนพัฒนามากกว่า 4.5 กิกะวัตต์ บริษัทฯใช้แหล่งพลังงานและเทคโนโลยีด้านพลังงานที่หลากหลาย เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ และระบบก๊าซธรรมชาติ โดยมีเป้าหมายจัดสรรเงินลงทุนสูงสุด 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีใน 5 ปีข้างหน้า เพื่อให้มีกำลังการผลิตที่ติดตั้งและทำสัญญาแล้วรวม 10 กิกะวัตต์
นาย Akinwole II Omoboriowo ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Genesis Energy กล่าวว่าการลงทุนครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือข้ามภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ด้วยการผสานแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานและทางเลือกด้านพลังงานที่ยืดหยุ่น โครงการนี้จะช่วยสร้างผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว พร้อมทั้งสร้างคุณค่าให้กับชุมชนท้องถิ่น
นอกเหนือจากการลงทุนด้านอุตสาหกรรมแล้ว โครงการนี้ยังคาดว่าจะสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในวงกว้าง ผ่านการเพิ่มการเก็บรวบรวมขวด PET การลดปริมาณขยะพลาสติกที่ถูกนำไปฝังกลบ และการทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมแนวปฏิบัติที่ดีด้านการจัดการขยะและการรีไซเคิล
การลงนามในข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายแรกของแผนพัฒนาในระยะยาว และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของพันธมิตรทั้งสามฝ่ายในการลงทุนอย่างรับผิดชอบ สนับสนุนบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเทศไนจีเรียสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนที่มีประสิทธิภาพด้านทรัพยากรมากยิ่งขึ้น