สถิติยื่นจดทรัพย์สินทางปัญญา 2 ด. แรกพุ่ง 1.4 หมื่นราย เทรนด์สุขภาพฮ็อต ติด Top5
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เผยสถิติการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ในไทยช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 ว่า มีการยื่นคำขอจดทะเบียนกว่า 11,870 คำขอ เพิ่มขึ้น 1.37% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ 2,524 รายการ เพิ่มขึ้น 4.38% ภาพรวมเทรนด์สุขภาพยังคงมาแรง สะท้อนทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีและการลงทุนของภาคธุรกิจที่มุ่งตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ซึ่งให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น
สำหรับรายละเอียดการยื่นคำขอจดทะเบียนและแจ้งข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา จำนวน14,394 คำขอมีดังนี้
1.เครื่องหมายการค้ายื่น 9,025 คำขอ เพิ่มขึ้น 2.22% จดทะเบียนจริง 6,470 เครื่องหมาย ลดลง 11.94% เนื่องจากผู้ยื่นคำขอบางส่วนยังไม่ได้มาชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน 5 อันดับแรกที่ยื่นขอจดมากที่สุด ได้แก่ บริการด้านค้าปลีก การขาย และการตลาด 1,206 คำขอ ยังคงครองอันดับ 1 ต่อเนื่อง สะท้อนธุรกิจการขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เติบโต และการส่งเสริมบริการ Fast Track ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของกรมฯ
รองลงมาคือ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม 1,183 คำขอ, ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย การรักษาโรค และสมุนไพรที่ใช้ในทางการแพทย์ 1,103 คำขอ สะท้อนเทรนด์การค้าที่มุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญเรื่องการดูแลสุขภาพมากขึ้น
โดยเป็นผู้ยื่น คนไทย 52% และต่างชาติ 48% ผู้ยื่นคำขอมากที่สุด ได้แก่ บริษัท มาสเตอร์ อโกรเทค จำกัด ในธุรกิจอาหารเสริมพืชและปุ๋ยของไทย 48 คำขอ รองลงมาคือ บริษัท ป๊อป มาร์ท (สิงคโปร์) โฮลดิ้ง พีทีอี.แอลทีดี 47 คำขอ เป็นต้น
2.สิทธิบัตรการประดิษฐ์ ยื่น 1,254 คำขอ ลดลง 6.49% แต่มีการจดทะเบียน1,113 ฉบับ เพิ่มขึ้น 24.50% นวัตกรรมที่ยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด เช่น ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น ยาเคมีสังเคราะห์ ยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ 170 คำขอ สะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมด้านสุขภาพยังคงเป็นสาขาสำคัญที่มีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง รองลงมาคือ นวัตกรรมด้านการสื่อสาร เช่น ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย ระบบรับ–ส่งข้อมูลความเร็วสูง และอุปกรณ์สื่อสารอัจฉริยะ 106 คำขอ
โดยเป็นผู้ยื่น คนไทย 9% และต่างชาติ 91% ผู้ยื่นคำขอมากที่สุด ได้แก่ บริษัท ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรเต็ด จากสหรัฐอเมริกา 43 คำขอ บริษัท โตโยต้า จิโดชา คาบูชิกิ ไคชา จากญี่ปุ่น 36 คำขอ เป็นต้น บริษัท นิปปอน สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น 23 คำขอเป็นต้น
3.อนุสิทธิบัตร ยื่น 720 คำขอ เพิ่มขึ้น 2.71% แต่มีการจดทะเบียน 440 ฉบับ เพิ่มขึ้น 31.34% สำหรับนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม 81 คำขอ ตามมาด้วย ยาสมุนไพร 33 คำขอ สะท้อนความสนใจด้านสุขภาพและการนำองค์ความรู้ด้านยาไทยแบบดั้งเดิมมาพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์
แบ่งเป็นคนไทย 96% และต่างชาติ 4% ผู้ยื่นคำขอมากที่สุด ได้แก่ สถาบันการศึกษาไทยทั้งหมด ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 35 คำขอ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 26 คำขอ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 19 คำขอ เป็นต้น
4.สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ยื่น 871 คำขอ เพิ่มขึ้น 3.81% แต่จดทะเบียน1,249 ฉบับ เพิ่มขึ้น 70.63% ที่ยื่นขอรับความคุ้มครองมากเช่น บรรจุภัณฑ์ 98 คำขอ ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 1 รองลงมาคือ ลวดลายผ้า 93 คำขอตามมาด้วย เครื่องประดับ 78 คำขอ แบ่งเป็นคนไทย 65% และต่างชาติ 35% ผู้ยื่นคำขอมากที่สุด เป็นชาวไทยทั้งหมด ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 31 คำขอ บริษัท เอส วินเทค ฟาซาด ดีไซน์ จำกัด 24 คำขอ)บริษัท อนันทา จิวเวลรี่ จำกัด 21 คำขอ เป็นต้น
5.ลิขสิทธิ์ ยื่นแจ้งข้อมูล 2,524 ผลงาน เพิ่มขึ้น 4.38 ผลงานที่แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์มากที่สุด เช่น วรรณกรรม งานนิพนธ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 1,034 ผลงาน ศิลปกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ฯลฯ 746 ผลงาน ดนตรีกรรม 548 ผลงาน โสตทัศนวัสดุ 149 ผลงาน และงานอื่นใด เช่น งานทอผ้า งานเย็บปักถักร้อย 21 ผลงาน แบ่งเป็นเป็นคนไทย 99% และต่างชาติ 1% สำหรับผู้ยื่นแจ้งข้อมูลมากที่สุด เช่น มหาวิทยาลัยทักษิณ 102 ผลงาน มหาวิทยาลัยมหิดล 98 ผลงาน มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี 34 ผลงาน เป็นต้น