ดัชนีหุ้นไทย 23 มี.ค. เปิดตลาดร่วงหนักกว่า 2% ก่อนรีบาวด์เล็กน้อย ยืนเหนือ 1,400 จุด นักลงทุนต่างชาติยังไหลออกต่อเนื่อง ขณะที่บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะถือหุ้น Defensive ลดความเสี่ยง ท่ามกลางแรงกดดันจากสงครามตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันพุ่ง และความกังวลเงินเฟ้อ-ดอกเบี้ยสูงทั่วโลก

วันที่ 23 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยประจำวันที่ 23 มี.ค. 2569 เปิดตลาดดัชนีปรับตัวลงแรง 32.66 จุด หรือลดลงเกือบ 2.5% มาสู่ระดับ 1,400.33 จุด โดยช่วงการซื้อขาย 20 นาทีแรก ดัชดีหุ้นไทยปรับตัวลงสู่ระดับต่ำกว่า 1,400 จุด ก่อนจะทยอยปรับขึ้น โดย ณ เวลา 11.30 น. ดัชนีหุ้นไทยอยู่ที่ระดับ 1,403.17 จุด ลดลง 29.88 จุด หรือ -2.08% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 28,838.97 ล้านบาท

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ฝ่ายวิจัยประเมินกรอบดัชนีระยะสั้นที่ระดับ 1,405–1,385 จุด และแนวต้าน 1,360 จุด พร้อมแนะนำกลยุทธ์ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Defensive หุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง และ หุ้นในกลุ่มสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต (Consumer Staple) ซึ่งมีความผันผวนน้อยกว่าตลาด

อย่างไรก็ดีกระแสเงินทุนต่างชาติ พบว่ายังคงไหลออกจากตลาดหุ้นภูมิภาค โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในหลายตลาด ขณะที่ตลาดไทยมีแรงขายสุทธิในตลาดฟิวเจอร์สและหุ้นบางส่วน

ในด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำติดตามหุ้นเด่นในกลุ่มพลังงานและค้าปลีก อาทิ PTTEP ที่ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันขาขึ้น รวมถึง CPALL ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวจากการบริโภคในประเทศ

โดยรวมแล้ว ภาพตลาดยังคงอยู่ภายใต้ความไม่แน่นอนสูงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และนโยบายการเงินโลก ซึ่งยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางสินทรัพย์เสี่ยงในระยะถัดไป

พร้อมกันนี้ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ยังรายงานภาพรวมตลาดการเงินโลก ว่า ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 45,577.47 จุด ลดลง 443.96 จุด หรือ -0.96% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,506.48 จุด ลดลง 100.01 จุด หรือ -1.51% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,647.61 จุด ลดลง 443.08 จุด หรือ -2.01%

แรงกดดันหลักมาจากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น

ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลดลงและร่วงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน ถือเป็นการปรับฐานยาวนานที่สุดในรอบเกือบ 1 ปี จากความกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง และความเสี่ยงเงินเฟ้อที่อาจกลับมาเร่งตัว

ด้านตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวผันผวน โดยถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงคราม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจในภูมิภาค

ในส่วนของค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อย โดยเคลื่อนไหวบริเวณ 32.96 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หรืออ่อนค่าประมาณ 0.30% สอดคล้องกับทิศทางค่าเงินในภูมิภาค

สำหรับตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.18 ดอลลาร์ หรือ +2.27% ปิดที่ 98.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังมีรายงานการโจมตีแหล่งผลิตน้ำมันในตะวันออกกลาง รวมถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นจากการที่สหรัฐเตรียมส่งกำลังทหารเพิ่มเติมเข้าสู่ภูมิภาค ส่งผลให้ตลาดกังวลต่ออุปทานน้ำมันในระยะถัดไป

ด้านราคาทองคำในตลาด COMEX ปรับตัวลดลง 30.80 ดอลลาร์ หรือ -0.67% ปิดที่ 4,574.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ และความกังวลว่าอัตราดอกเบี้ยอาจปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

ขณะที่กองทุน SPDR Gold Trust ลดการถือครองทองคำลง 0.49% เหลือ 1,056.99 ตัน สะท้อนแรงขายในตลาดทองคำระยะสั้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน