หาดทิพย์ ชี้สงครามตะวันออก ดันราคาน้ำมันพุ่ง ทำต้นทุนขนส่ง-แพ็กเกจจิ้งขยับ คาดกระทบกำไรหายทะลุ 100ล้าน แต่ยันยังขอไม่ขึ้นราคา

วันที่ 24 มีนาคม 2569 พล.ต.พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในเครือโคคา-โคล่าในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีที่ท้าทายอย่างมาก โดยเฉพาะสถานการณ์นอกประเทศ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ และประชาชนโดยรวม โดยบริษัทเองต้องปรับตัว เพื่อรักษาระดับอัตรากำไร

ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าต้นทุนต่างๆ ปรับสูงขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น กระทบค่าขนส่ง และต้นทุนบรรจุภัณฑ์ โดยราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลโดยตรงให้พลาสติกและอะลูมิเนียม ซึ่งใช้สำหรับบรรจุภัณฑ์ ได้ปรับราคาเพิ่มขึ้นแล้วทั้งหมด

ดังนั้นในปี 2569 บริษัทมีแนวทางบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว ควบคู่กับการสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว โดยบริษัทต้องบริหารจัดการด้านการขาย บริหารจัดการต้นทุน และการปฏิบัติการในตลาด

โดยเฉพาะเรื่องเร่งด่วนจะให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการติดตามและบริหารความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงานอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตและการกระจายสินค้า เพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก

ในปีนี้บริษัทเตรียมเร่งขยายการกระจายสินค้าและเพิ่มยอดขายในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วให้มากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มการใช้กำลังการผลิตของสายการผลิตขวดแก้วและบรรเทาความผันผวนจากราคาเม็ดพลาสติกที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

“ต้นทุนค่าขนส่งและบรรจุภัณฑ์ของบริษัทเพิ่มขึ้น คาดว่าส่งผลกระทบต่อกำไรให้หายไปเกิน 100 ล้านบาท ดังนั้นบริษัทจึงต้องหาแนวทางอื่นๆ เพื่อบริจัดการต้นทุนการผลิต และค่าใช้จ่ายในองค์กร รวมทั้งแนวทางจะผลิตสินค้ากระจายไปถึงผู้บริโภค ซึ่งจะหันมาใช้ขวดแก้วมากขึ้น เป็นบรรจุภัณฑ์ที่เรามี ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว

และ ณ เวลานี้ยังไม่แผนปรับราคาสินค้าขึ้นในขณะนี้ ช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า เพราะแน่นอนถ้าปรับขึ้นยอดขายจะลดลง และเป็นสินค้าเฝ้าระวัง หากจะขึ้นราคาต้องขอกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หากจะขึ้นราคา สิ่งสำคัญในตอนนี้คือไม่อยากผลักภาระให้กับผู้บริโภค”

พล.ต.พัชร รัตตกุล

 

พล.ต.พัชร กล่าวว่า หากสภาวะความขัดแย้งต่าง ๆ ไม่ลุกลามบานปลาย บริษัทประเมินว่าจะสามารถสร้างรายได้จากการขายได้ที่ประมาณ 8,500 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 3-5% จากปี 2568 มีรายได้จากการขายรวม 8,258 ล้านบาท หรือเติบโต 1.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิที่ 568 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน