แกร็บ เปิดแผนปี 69 รับมือวิกฤตราคาพลังงาน ค่าครองชีพพุ่ง โดยนำเสนอบริการที่หลากหลายในราคาเข้าถึงได้ พร้อมออกสินเชื่อ Grab Quick Cash วงเงินสูงสุด 20,000 บาท
วันที่ 24 มีนาคม 2569 น.ส.จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปี 2569 แกร็บมุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีเป้าหมายภายใต้แนวคิดWinning with Purpose Together
โดยมุ่งเน้นไปที่ 3 มิติหลัก นั่นคือ การสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง (Winning Business Growth) การส่งเสริมความยั่งยืนและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคม(Winning Sustainable Impact) และการสนับสนุนนโยบายระดับชาติ (Winning with National Priorities) เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าในภาวะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทาย
ในด้านธุรกิจจะยังเดินหน้าสานต่อกลยุทธ์ Barbell Strategy 2.0 โดยเน้นสร้างความสมดุลระหว่างการเข้าถึงตลาดแมสด้วยราคาที่คุ้มค่า และการนำเสนอบริการระดับพรีเมียมที่มาพร้อมคุณภาพเพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง รวมถึงชาวต่างชาติพร้อมพัฒนาและนำเสนอนวัตกรรมใหม่
ไม่ว่าจะเป็น ฟีเจอร์ Group Ride ที่ช่วยให้การเรียกรถเพื่อเดินทางเป็นกลุ่มสะดวกและประหยัดยิ่งขึ้น Discover ที่ชวนผู้ใช้บริการร่วมรีวิวร้านดังเมนูเด็ดในฐานะ Eatfluencer เพื่อสร้างเอนเกจเมนต์และช่วยเพิ่มการมองเห็นของร้านอาหารต่างๆ
รวมถึงฟีเจอร์ Basket Builder ตัวช่วยด้านการช้อปปิ้งที่ทำให้การเติมสต็อกสินค้าประจำวันผ่าน GrabMart เป็นเรื่องง่ายขึ้นเพียงแค่พิมพ์ พูด หรือถ่ายภาพก็สามารถเพิ่มสินค้าที่ต้องการได้ในตะกร้าสินค้า
นอกจากนี้ แกร็บยังรุกตลาด เพื่อขยายฐานลูกค้าไปสู่เซกเมนต์ใหม่ๆ อย่างกลุ่มคนนอนดึก โดยเลือก สเตฟาน ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์ ยูทูบเบอร์คนดังเจ้าของช่อง Antihero Thailand มาร่วมเป็นครอบครัว Friend of Grab คนล่าสุด เพื่อจับกลุ่มคอบอล
และส่งแพ็กเกจ GrabForStudent ที่มัดรวมสิทธิประโยชน์สุดคุ้มทั้งบริการเรียกรถและสั่งอาหาร เพื่อเจาะกลุ่มนักเรียนและนักศึกษา ซึ่งช่วยประหยัดเงินได้สูงสุดถึง 9,000 บาทต่อปี
รวมถึงการทดลองเปิดตัวสินเชื่อเงินสด Grab Quick Cash ซึ่งถือเป็นการให้สินเชื่อกับกลุ่มบุคคลทั่วไปเป็นครั้งแรก โดยมุ่งเจาะกลุ่มผู้ที่ต้องการนำเงินทุนไปใช้ในการประกอบอาชีพ ด้วยวงเงินสูงสุด 20,000 บาท และผ่อนจ่ายได้สูงสุด 6 เดือน
“ปี 2568 ถือเป็นอีกปีที่แกร็บสามารถดำเนินธุรกิจและสร้างการเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้ แม้ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ทั้งกำลังซื้อภายในประเทศที่ชะลอตัวลง ตลอดจนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ไม่ได้เติบโตตามคาด เป็นผลมาจากสงครามทางการค้าทั่วโลก รวมถึงประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
อย่างไรก็ตามแกร็บยังคงรักษาความเป็นผู้นำตลาด ทั้งบริการเรียกรถและฟู้ดเดลิเวอรี่ในประเทศไทย ด้วยส่วนแบ่งตลาด 47% โดยบริษัท Momentum Works ระบุว่าตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่ในประเทศไทยมีขนาดใหญ่ เป็นอันดับสองในภูมิภาค รองจากอินโดนีเซีย โดยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 5.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1.62 แสนล้านบาท และมีอัตราการเติบโตในปีที่ผ่านมาสูงกว่า 22%”