“สุรศักดิ์” ตั้งทีมขับเคลื่อนนโยบายท่องเที่ยว ดึงเอกชนร่วมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง ควบคู่ปราบนอมินี-สิ่งผิดกฎหมายในแหล่งท่องเที่ยว

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้ลงนามแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาล เพื่อเร่งผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

โดยให้การดำเนินงานสอดประสานกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางและมาตรการต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ คณะทำงานดังกล่าวจะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลและข้อเสนอจากผู้ประกอบการเพื่อนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการ กรอ. ด้านการท่องเที่ยวและเอสเอ็มอี ที่มีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน โดยจะเชิญตัวแทนจากสมาคมและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

อาทิ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย สมาคมมัคคุเทศก์ สมาคมโรงแรม และสมาคมผู้ประกอบการเดินรถ เข้าร่วมระดมความคิดเห็น เพื่อให้มาตรการที่ออกมาตอบโจทย์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

สำหรับแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศที่จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ กรอ. นั้น นายสุรศักดิ์ระบุว่า จะไม่จำกัดอยู่เพียงการสนับสนุนค่าอาหารหรือค่าที่พักเท่านั้น แต่จะครอบคลุมถึงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง เช่น การช่วยเหลือผู้ประกอบการรถโดยสารหรือรถบัสท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากขึ้น

การพิจารณาจำนวนสิทธิ์ สัดส่วนมูลค่าสิทธิประโยชน์ การส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรอง ตลอดจนความเหมาะสมของการกระตุ้นการเดินทางในช่วงวันธรรมดาและวันหยุด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิ์ได้มากที่สุด

“คณะทำงานมีกำหนดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนภายในสัปดาห์หน้า เพื่อเร่งสรุปรายละเอียดมาตรการทั้งหมดก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการ กรอ. ด้านการท่องเที่ยวและรัฐบาลต่อไป โดยยืนยันว่าจะรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการอย่างรอบด้าน”

นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้กำหนดแนวทางดำเนินโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยจะไม่พัฒนาแอปพลิเคชันใหม่สำหรับลงทะเบียนหรือรับสิทธิ์ แต่จะใช้ระบบและแพลตฟอร์มที่ประชาชนคุ้นเคยอยู่แล้ว เพื่อป้องกันความสับสนและเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงมาตรการต่างๆ ซึ่งอาจมีการนำระบบบนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” มาปรับใช้ในการรับและใช้สิทธิ์

ในวันเดียวกัน นายสุรศักดิ์ยังเปิดเผยถึงมาตรการยกระดับความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวและการบังคับใช้กฎหมาย โดยระบุว่ากำลังเตรียมลงนามแต่งตั้งคณะทำงานปราบปรามนอมินีและสิ่งผิดกฎหมายในภาคการท่องเที่ยว เพื่อทำงานเชิงรุกผ่านตำรวจท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจะจัดตั้ง “ชุดม้าเร็ว” ลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องจากส่วนกลาง เพื่อกวาดล้างธุรกิจนอมินี ผู้มีอิทธิพล และการกระทำผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย

ทั้งนี้ กระทรวงได้กำชับให้ตำรวจท่องเที่ยวเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมาย การอยู่เกินกำหนด หรือการใช้ประเทศไทยเป็นฐานดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมาย ขณะที่มาตรการด้านความปลอดภัยในสนามบินและการตรวจสอบผู้โดยสารยังคงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรัฐบาลได้สั่งการให้ดำเนินการอย่างเข้มงวดทั้งขาเข้าและขาออก เพื่อป้องกันการลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมายและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและนานาชาติ

อย่างไรก็ตาม การยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยและการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังอาจส่งผลต่อขั้นตอนการเดินทางบ้าง แต่จะช่วยสร้างมาตรฐานและความเชื่อมั่นในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวและการเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคการท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งปีหลังนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน