ผลสำรวจ YouGov ร่วมกับ สปาร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ จากกลุ่มตัวอย่าง 2,000 คนทั่วประเทศ ชี้ “นักข่าว” ยังเป็นอาชีพที่คนไทยไว้วางใจมากที่สุด สะท้อนบทบาท “ผู้พิทักษ์ความจริง” ในยุคข้อมูลล้น ขณะที่ผู้เชี่ยวชี้ความท้าทายใหม่ของสื่อยุค 2026 คือการรับมือ AI และสร้างภูมิคุ้มกันข่าวสารให้สังคม

วันที่ 26 มี.ค. 2569 นายทอม แอทธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปาร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด ในฐานะบริษัทประชาสัมพันธ์ของประเทศไทย เปิดเผยว่าล่าสุด YouGov ร่วมกับ สปาร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ ได้ทำการสำรวจผู้ตอบแบบสอบถามทั่วประเทศไทยจำนวน 2,000 คน เกี่ยวกับอาชีพที่น่าไว้วางใจที่สุด

โดยจากการสำรวจพบว่า นักข่าวเป็นอาชีพที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ตอบแบบสำรวจมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งโดยได้รับการโหวตที่ 40% ตามด้วยอาชีพแพทย์ 24% อินฟลูเอนเซอร์ 14% ครู 12% ตำรวจ 7% และนักการเมืองที่ 3%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจที่สังคมไทยยังมีต่ออาชีพนักข่าว และการรายงานข่าวที่มีความน่าเชื่อถือ และการนำเสนอข้อเท็จจริง แม้ว่าภูมิทัศน์ของสื่อในปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากความแพร่หลายของแพลตฟอร์มดิจิทัล และพฤติกรรมการเสพสื่อของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

“เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่อาชีพนักข่าวยังเป็นอาชีพที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่มีแหล่งข้อมูลมากมายให้เข้าถึงได้ แต่การที่มีอาชีพนักข่าวซึ่งนำเสนอข่าวจากข้อมูลที่เชื่อถือยังเป็นสิ่งสำคัญ และคนไทยก็สามารถใช้วิจารณญาณในการเลือกคัดกรอง และรับข้อมูลที่ถูกต้องได้”

นายทอม กล่าวและว่าผลสำรวจดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นว่าการสื่อสารยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสื่อสารในภาคธุรกิจและนโยบายของภาครัฐที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง โดยแม้นักข่าวในปัจจุบันจะต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างมากจากพฤติกรรมการเสพสื่อของคนในสังคมที่เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตามสื่อที่มีคุณภาพก็ยังคงมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อสังคมไทย

สำหรับประเทศไทยมีโครงสร้างสื่อที่หลากหลาย โดยแม้ว่าสื่อส่วนใหญ่จะนำเสนอข่าวเป็นภาษาไทย แต่สื่อจากต่างประเทศซึ่งมีสำนักงานอยู่ในกรุงเทพฯ ล้วนมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอข่าวที่มีอิธิพลทั้งในระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ

ขณะที่นายภาณุ วงศ์ชะอุ่ม, ประธานสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย กล่าวว่าความไว้วางใจคือสิ่งสำคัญที่สุดของงานสื่อมวลชน ซึ่งต้องสั่งสมจากการทำงานทีละชิ้น ในยุคที่มีข้อมูลมากมาย และเต็มไปด้วยกระแสจากโซเชียลมีเดีย ยิ่งตอกย้ำถึงความรับผิดชอบที่นักข่าวต้องมีในการยึดมั่นในความเป็นอิสระ ความถูกต้อง และความสมดุล ท่ามกลางความท้าทายที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก การคุ้มครองเสรีภาพสื่อ และมาตรฐานวิชาชีพจึงเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง

ทางด้านนายวชิรหัตถ์ นามบุตร ประธานชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITPC) ภายใต้สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ให้มุมมองเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทของปัญญาประดิษฐิ์ (AI) ที่เข้ามามีอิทธิพลต่อสื่อ และเป็นเรื่องที่ควรจับตาดู

“ตัวเลขความไว้วางใจที่สูงถึง 40% นี้ สะท้อนว่าในขณะที่โลกกำลังเข้าสู่ภาวะ ข้อมูลล้น และความก้าวหน้าของ AI ที่สามารถสร้าง ‘ความจริงสังเคราะห์’ ได้ทุกรูปแบบ ผู้บริโภคยิ่งมองหา ‘ตัวกรอง’ ที่เชื่อถือได้ นักข่าวในวันนี้จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เป็นผู้รายงานเหตุการณ์ แต่ต้องเป็น ‘ผู้พิทักษ์ความจริง’ โดยใช้จริยธรรมและวิจารณญาณในการนำเสนอข่าว อันเป็นสิ่งที่ AI ทำแทนไม่ได้”

นายวชิรหัตถ์ ยังกล่าวเสริมว่าความท้าทายสำคัญของนักข่าวยุค 2026 คือการสร้าง ‘ภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล’ (Digital Immunity) ให้กับสังคม เราต้องใช้เทคโนโลยีมาเสริมศักยภาพในการตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-checking) ให้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น เพื่อรักษาต้นทุนทางความเชื่อถือที่ประชาชนมอบให้ไว้ให้ดีที่สุด”

ผลการสำรวจดังกล่าวในประเทศไทยแตกต่างจากเทรนด์การสำรวจในต่างประเทศ โดยผลสำรวจในหลายประเทศมักพบว่า อาชีพแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ และครู เป็นอาชีพที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด ขณะที่นักข่าวมักอยู่ในอันดับที่ต่ำกว่า

อีกทั้งอินฟลูเอนเซอร์ และบุคคลบนโซเชียลมีเดีย ก็มักได้รับความไว้วางใจในระดับต่ำเช่นกัน ดังนั้น ผลสำรวจของไทยจึงสะท้อนถึงการให้คุณค่าต่อบทบาทของสื่อมวลชนที่โดดเด่น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสื่อและแหล่งข้อมูล

แม้นักข่าวในประเทศยังต้องเผชิญความท้าทาย โดยเฉพาะด้านเสรีภาพสื่อ แต่ผลสำรวจในครั้งนี้ได้ตอกย้ำบทบาทของสื่อที่ยังคงมีความน่าเชื่อถือในสังคมไทย และการที่ประชาชนยังให้ความสำคัญกับอาชีพนักข่าวในการเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ท่ามกลางยุคปัจจุบันที่มีข้อมูลจำนวนมากให้เข้าถึง

*การสำรวจดังกล่าสวจัดทำโดย YouGov โดยเก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศไทยจำนวน 2,000 คน โดยผู้ถูกสำรวจมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน