กรมทรัพย์สินทางปัญญา จับมือ ท็อปส์ จัดแคมเปญใหญ่ “Discover Thai Fruits 2026” ชวนสัมผัสเสน่ห์ผลไม้ GI เกรดพรีเมียม ชูอัตลักษณ์ มะม่วง GI เพิ่มโอกาสเกษตรกร
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมในนามกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดตัวแคมเปญ “Discover Thai Fruits 2026” เดินหน้าส่งเสริมผลไม้ไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อสร้างการรับรู้และสนับสนุนการบริโภคผลไม้ไทย
โดยมีผลไม้ GI คุณภาพจากแหล่งผลิตทั่วประเทศ สับเปลี่ยนหมุนเวียนมาจำหน่ายในเครือข่ายร้านท็อปส์และตลาดจริงใจ Farmers’ Market กว่า 726 สาขาทั่วประเทศต่อเนื่องตลอดทั้งปี คิกออฟแคมเปญด้วยผลไม้ยอดนิยมประจำหน้าร้อนอย่าง “มะม่วง GI” หลากหลายสายพันธุ์ ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ และขยายโอกาสทางการตลาดให้เกษตรกรไทย
ผลไม้ไทยถือเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ที่มีศักยภาพสูง ปัจจุบันประเทศไทยมีสินค้า GI ประเภทผลไม้กว่า 119 รายการ หรือประมาณ 47% ของสินค้า GI ไทยทั้งหมด (254 รายการ) โดย “มะม่วง” เป็นหนึ่งในผลไม้เศรษฐกิจสำคัญที่ได้รับความนิยม
ทั้งในและต่างประเทศ และได้รับการขึ้นทะเบียน GI แล้ว 13 รายการ จาก 9 จังหวัด ซึ่งล้วนมีคุณภาพโดดเด่นและสะท้อนอัตลักษณ์ของแหล่งผลิต ทั้งภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ดิน และภูมิปัญญาการเพาะปลูกของชุมชนได้อย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน ยังสามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 1,044 ล้านบาทในปี 2568 ซึ่งในช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่ผลผลิตมะม่วงมีคุณภาพดีและออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก จึงเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันการตลาดเชิงรุก เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรและชุมชนผู้ผลิต
ภายในงานเปิดตัวแคมเปญได้มีการแนะนำมะม่วง GI จากแหล่งผลิตสำคัญของไทย 6 รายการ ได้แก่ 1.มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า (ฉะเชิงเทรา) ที่มีผลทรงรียาว เปลือกบางสีเหลืองทอง เนื้อสีเหลืองเข้ม ละเอียดไม่มีเสี้ยน เมล็ดลีบบาง รสชาติหวานหอม เป็นผลจากการปลูกในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำบางปะกง มีดินตะกอนลำน้ำที่ระบายน้ำดี ซึ่งเป็นพื้นที่ 3 น้ำ คือ ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม
2.มะม่วงขายตึกแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) ที่มีผลทรงกลมมนคล้ายรูปหัวใจ เนื้อกรอบ มีสีเหลืองอมส้ม รสชาติมันหวานอมเปรี้ยว อร่อยจนมีคำเปรียบเปรยว่า
ต้องยอมขายตึกมาซื้อ
3.มะม่วงแรดแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) ผลทรงกลมรี ด้านหลังผลนูนคล้ายนอแรด ผลดิบมีเนื้อสีขาว กรอบ รสเปรี้ยวจัด เมื่อสุกจะมีเนื้อสีเหลืองอ่อนให้รสชาติหวานหอม
4.มะม่วงเขียวเสวยแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) ผลทรงรียาวงอน เนื้อหนากรอบ รสชาติหวานมัน เมล็ดลีบแบน ปลูกในพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลของสภาพภูมิอากาศ เขตร้อนและลมทะเล
5.มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก จากอำเภอเนินมะปราง วังทอง และวัดโบสถ์ มีผลใหญ่ รูปทรงคล้ายหยดน้ำ เปลือกสีเหลืองนวล เนื้อแน่น แห้งไม่ฉ่ำน้ำ รสชาติหวานหอม เมล็ดลีบบาง ปลูกในดินที่ระบายน้ำได้ดีและมีแร่ธาตุโพแทสเซียมสูง
6.มะม่วงยายกล่ำนนทบุรี เป็นมะม่วงพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของจังหวัดนนทบุรี ผลมีลักษณะป้อมคล้ายรูปหัวใจ เนื้อแน่นละเอียด มีเสี้ยนน้อย เมื่อสุกมีสีเหลืองเข้มให้รสชาติหวานตามธรรมชาติ
ด้าน นายพิริยะ กมลเดชเดชา รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดซื้อสินค้าอาหารสด บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด กล่าวว่า ท็อปส์ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้า GI ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนภูมิปัญญาและอัตลักษณ์อันโดดเด่นของชุมชนท้องถิ่น ท็อปส์มุ่งมั่นที่จะนำสินค้า GI คุณภาพจากแหล่งผลิตต่างๆ ทั่วประเทศมานำเสนอผ่านช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าอัตลักษณ์ไทยได้ง่ายขึ้น
ขณะเดียวกัน เป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าถึงช่องทางจำหน่ายผ่านเครือข่ายร้านท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ เดลี่ กว่า 726 สาขา รวมถึง ตลาดจริงใจ Farmers’ Market 34 สาขา ใน 30 จังหวัด ซึ่งถือเป็นแหล่งรวบรวมสินค้า GI ที่สำคัญของประเทศ
สำหรับการจัดแคมเปญ “Discover Thai Fruits 2026-มะม่วง GI” ครั้งนี้ ท็อปส์ได้นำเสนอ การจำหน่ายมะม่วง GI ภายใต้แนวคิด “GI My Choice” โดยร่วมกับกรมคัดสรรผลไม้ GI คุณภาพจากเกษตรกรและชุมชนผู้ผลิตมาจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง ทั้งในรูปแบบผลไม้สดพร้อมรับประทาน และผลไม้ในบรรจุภัณฑ์ชะลอม
ไม่เพียงสะท้อนเอกลักษณ์ไทย ยังเพิ่มความน่าสนใจและความสะดวกในการเลือกซื้อสำหรับมอบเป็นของฝาก รวมถึงการต่อยอดผลิตภัณฑ์หรือเมนูเบเกอรี่ต่างๆ อาทิ Mango Coconut Puff, Mango Cream Bun, Mango Danish Cup และ Mango Tart เป็นต้น ซึ่งได้นำวัตถุดิบมะม่วง GI มาเป็นส่วนประกอบหลัก เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต และสร้างทางเลือกในการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบทางการเกษตรได้หลากหลายยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากมะม่วง GI ที่จะนำมาจัดจำหน่ายตลอดช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย.นี้ กรมและท็อปส์ยังมีแผนจัดแคมเปญส่งเสริมผลไม้ GI รายการอื่นๆ อย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 อาทิ ทุเรียน สับปะรด กล้วยหอมทอง เป็นต้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลผลผลิต เพื่อช่วยกระจายผลผลิตจากแหล่งผลิตสู่ตลาด ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงจากภาวะผลผลิตออกสู่ตลาดในปริมาณมากพร้อมกัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตร
ความร่วมมือครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการประสานพลังระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการเชื่อมโยงสินค้า GI ไทยเข้าสู่ช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในชุมชน ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรของไทย
ผู้สนใจสามารถเลือกซื้อมะม่วง GI ได้แล้ววันนี้ที่ ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์เดลี่ และตลาดจริงใจ Farmers’ Market ทั่วประเทศ หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : GI Thailand และ Tops Thailand-ท็อปส์ ไทยแลนด์