ดิฟเฟอเรนเชียลเผยผลสำรวจ เจ้าของรถยนต์ให้ความสำคัญดีไซน์ สมรรถนะ ความปลอดภัยเป็นอันดับแรก การออกแบบภายในต้องพรีเมียม อุปกรณ์ความสะดวกครบ หากถูกใจพร้อมบอกต่อ

นายศิรส สาตราภัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัทที่ปรึกษา และวิจัยการตลาด กล่าวว่า ผลการศึกษาวิจัย “ประสบการณ์ลูกค้าด้านผลิตภัณฑ์รถยนต์ในประเทศไทย” “Product Customer Experience Index (Product CXI) Study℠” หรือ“ความพึงพอใจด้านผลิตภัณฑ์” ซึ่งเป็นการวิจัยเรื่องนี้ครั้งแรกในประเทศ

เพื่อสะท้อนมุมมองของเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อที่เป็นที่นิยมจำนวน 14 ยี่ห้อ ซึ่งเริ่มดำเนินการศึกษาวิจัยระหว่างเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2568 โดยรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นจากเจ้าของรถยนต์ ซึ่งครอบครองรถเป็นระยะเวลา 12 ถึง 36 เดือนก่อนวันสัมภาษณ์ โดยวัดความพึงพอใจเกี่ยวกับตัวรถยนต์ใน 9 ประเด็นหลัก ครอบคลุม 52 คุณสมบัติย่อยของตัวรถยนต์

โดยประเด็นหลักทั้ง 9 ได้แก่ 1) การออกแบบภายนอก และสไตล์ของตัวรถ 2) ระบบความปลอดภัย 3) ความสะดวกในการใช้งาน และระบบควบคุม 4) สมรรถนะ และการขับขี่ 5) ระบบแสงสว่าง และสัญญาณ 6) การออกแบบภายใน และความสะดวกสบาย

7) พื้นที่เก็บสัมภาระ และช่องจัดเก็บ 8) ระบบเสียง และความบันเทิง สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) มีมิติที่เพิ่มเติมคือ 9) แบตเตอรี่ และการชาร์จ โดยในปีนี้คะแนน P-CXI ของอุตสาหกรรมอยู่ที่ 890 คะแนน จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน

การศึกษาพบว่า เจ้าของรถ GWM มีความพึงพอใจสูงสุด ด้วยคะแนน 896 คะแนนจากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน รองลงมาคือ Honda และ Mazda (895 คะแนนเท่ากัน) Nissan (894 คะแนน) Ford(893 คะแนน) และ Toyota (891 คะแนน) ทุกยี่ห้อที่กล่าวมามีคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ย 890 คะแนน ขณะที่ MG ได้ 890 คะแนน ส่วนแบรนด์อื่น ๆ ได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย

ปัจจัยที่สร้างความพึงพอใจหลัก ลูกค้าพึงพอใจสูงสุดในด้านการออกแบบภายนอก และสไตล์ของตัวรถรองลงมา คือ สมรรถนะและการขับขี่ ความสะดวกในการใช้งาน และระบบควบคุม ตามลำดับ ในทางกลับกัน ปัจจัยที่ได้คะแนนความพึงพอใจต่ำสุด คือ 1) แบตเตอรี่ และการชาร์จ 2) พื้นที่เก็บสัมภาระ และช่องจัดเก็บ 3) ระบบเสียง และความบันเทิง

ในส่วนหัวข้อย่อยที่ลงรายละเอียดด้านความพึงพอใจ ลูกค้าแสดงความพึงพอใจสูงสุดกับ 1) ความสวยงาม และการใช้งานของไฟประดับภายในห้องโดยสาร 2) ความสะดวก และประโยชน์ใช้สอยของช่องชาร์จไฟสำหรับอุปกรณ์พกพา 3) ประสิทธิภาพของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่รวมถึงอุปกรณ์ช่วยในการมองเห็น

สะท้อนให้เห็นว่า ลูกค้าชาวไทยให้ความสำคัญกับห้องโดยสารที่ให้ความรู้สึกพรีเมี่ยม จุดชาร์จอุปกรณ์มือถือซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ระบบช่วยการขับขี่ที่เพิ่มความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น สวิตช์ควบคุมบริเวณพวงมาลัยที่ใช้งานสะดวกและง่าย

ในทางตรงข้าม การป้องกันเสียงรบกวน ความเงียบภายในห้องโดยสาร ความสามารถในการป้องกันกลิ่นจากภายนอก และคุณภาพของระบบเครื่องเสียง(โดยเฉพาะคุณภาพเสียงเบส ความคมชัดของเสียง) ยังเป็นความคาดหวังของลูกค้า ที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองที่ดีเท่าที่ควร”

และยังพบอีกว่า 70% ของผู้ตอบแบบสอบถามซึ่งกลุ่มนี้ มีคะแนนความพึงพอใจเฉลี่ย 913 คะแนน(สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมถึง 23 คะแนน) เป็นเจ้าของรถที่พร้อมจะเป็นผู้แนะนำยี่ห้อรถยนต์ที่ตนใช้งานแก่เพื่อน ญาติ และคนใกล้ชิดอย่างแข็งขัน ส่วนที่เหลือ30% คือ กลุ่มรู้สึกเฉยๆ และไม่แนะนำต่อ มีคะแนนความพึงพอใจเฉลี่ยต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ(837 คะแนน)

จากตัวเลขข้างต้นชี้ให้เห็นชัดเจนถึง ความสำคัญของการสร้างประสบการณ์ด้านผลิตภัณฑ์ที่น่าพึงพอใจจนเกิดเป็นความภักดี ซึ่งลูกค้าจะกลายเป็นกระบอกเสียงอันทรงประสิทธิภาพ พร้อมที่จะแนะนำรถยนต์ที่ตนพึงพอใจต่อคนใกล้ชิด

ผลการศึกษา Product CXI 2026 ครั้งนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญที่เจ้าของรถยนต์ชาวไทยให้ความสำคัญในระดับสูง คือ 1) การออกแบบภายนอก และสไตล์ตัวรถ 2) ระบบความปลอดภัย 3) ความสะดวกในการใช้งาน และระบบควบคุม 4) สมรรถนะ และการขับขี่

ซึ่งทั้งหมดเป็นตัวขับเคลื่อนความพึงพอใจด้านผลิตภัณฑ์โดยรวม โดยความสวยงามของรถ และความปลอดภัยของผู้โดยสารยังคงเป็นรากฐานสำคัญที่ขาดไม่ได้ รองมาคือเรื่อง ความต้องการรถที่ใช้งานง่ายในชีวิตประจำวัน และการให้ความรู้สึกมั่นใจ และการตอบสนองที่ดีในการขับขี่

“สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า จุดอ่อนที่ทำให้คะแนนความพึงพอใจต่ำ คือ แบตเตอรี่ และการชาร์จ ระยะเวลาการชาร์จ ความสะดวกของเครื่องชาร์จรถยนต์ที่บ้าน ตอกย้ำว่าประสบการณ์การชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ยังคงเป็นปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข จุดเหล่านี้คือโอกาสสำคัญ ที่ต้องพัฒนาเพื่อสร้างความพึงพอใจ และสร้างให้เกิความภักดีในระยะยาว” นายศิรส กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน