สงกรานต์ กร่อย ! เงินสะพัดแค่ 1.29 แสนล้าน วูบ 3.7% เซ่นพิษน้ำมันแพง
นางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย เปิดเผยถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาล สงกรานต์ ว่า คนส่วนใหญ่ 58.2% ไม่เล่นน้ำสงกรานต์ และ41.8% เล่นน้ำสงกรานต์ เทื่อถามถึงแผนการเดินทางในช่วงสงกรานต์ คนส่วนใหญ่56.6% จะเที่ยวในจังหวัด 5.5% เที่ยวในประเทศ 4.2% กลับบ้านและวาแผนเที่ยว และ0.7%เที่ยว ต่างประเทศ โดยคนที่วางแผนท่องเที่ยวในประเทศจะใช้จ่ายเฉลี่ย 8,056 บาท/คน ส่วนต่างประเทศเฉลี่ย 37,083 บาท/คน
ส่วนแผนการใช้จ่าย คนส่วนใหญ่42.7% ตอบว่าใช้จ่ายเท่าเดิม 36.5% ตอบว่าใช้จ่ายลดลงซึ่งเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และ20.8% ตอบว่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
สาเหตุที่ใช้จ่ายลดลงเนื่องจากน้ำมันมีราคาแพง สินค้าและบริการราคาแพง ค่าครองชีพสูง ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง มีหนี้เพิ่มขึ้น และต้องการฉลองแบบประหยัดเป็นต้น โดยตนส่วนใหญ่ 54.9% นำเงินเดือนออกมาใช้จ่าย รองลงมาคือ เงินออม เงินจากผู้ปกครอง เงินกู้ และโบนัส
นางอุมากลมกล่าวว่าบรรยากาศของสงกรานต์ปีนี้คนส่วนใหญ่51.8% มองว่าสนุกสนามเหมือนเดิม แต่สัดส่วนคนที่มองว่าสนุกสนานลดลง มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนคือปรับจาก 4% เป็น 33% ส่วนที่ตอบว่าสนุกสนานมากขึ้นมีสัดส่วน15.1 %
อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจชี้ว่าคนไทยมีปัญหาความกังวลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยปัญหาที่กังวลมากที่สุดคือ ราคาน้ำมันแพง ราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น การจราจรติดขัด และการลวนลามทางเพศ เป็นต้น
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทยกล่าวว่า สงกรานต์ปีนี้คนจะชะลอการใช้จ่าย รัดเข็มขัดกันมากขึ้น เนื่องจากน้ำมันแพง สินค้าแพงซึ่งเป็นผลกระทบมาจากปัญหาสงครามในตะวันออกกลาง จะเห็นชัดเจนว่าคนใช้จ่ายลดลง ออกไปท่องเที่ยวน้อยลง
” สงกรานต์ปีนี้จะเงียบเหงากว่าปีก่อน คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดในระบบ 129,649 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 3.7% ถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ4ปี นับจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน เนื่องจากน้ำมันแพง”
อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติว่าจะเข้ามาเที่ยวไทยในช่วงสงกรานต์มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจาก มาเลเซีย จีน และยุโรป