เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ มองเศรษฐกิจโลกยังเติบโตต่อเนื่อง แม้เผชิญแรงกดดันภูมิรัฐศาสตร์ แนะนักลงทุนเน้นกระจายความเสี่ยง เสริมความยืดหยุ่นพอร์ต เพิ่มน้ำหนักหุ้นเติบโตในสหรัฐฯ-เอเชีย ควบคู่ตราสารหนี้และสินทรัพย์ทางเลือก พร้อมชูกลยุทธ์ Multi-Asset และลงทุนธีม AI รับโอกาสระยะยาว ท่ามกลางวัฏจักรดอกเบี้ยใกล้สิ้นสุด

เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ (HSBC Private Bank) เปิดเผยมุมมองการลงทุนไตรมาส 2 ปี 2569 โดยแนะนำให้ลูกค้ากลุ่มบริหารความมั่งคั่งส่วนบุคคลมุ่งเน้นการเสริมความยืดหยุ่นของพอร์ตการลงทุนผ่านการกระจายการลงทุนที่หลากหลาย มากกว่าการพยายามจับจังหวะในการเข้าออกตลาด ซึ่งอาจทำให้เพิ่มความเสี่ยงด้านการดำเนินการและความเสี่ยงจากการจับจังหวะเวลาผิดพลาด

โดยธนาคารฯ ยังระบุว่า ในอดีตปฏิกิริยาของตลาดต่อเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์มักเป็นเพียงชั่วคราวและมีระยะเวลาสั้น จากนั้นมีแนวโน้มที่จะปรับตัวกลับมาในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ รายงานกลยุทธ์การลงทุนไตรมาส 2 ปี 2569 ภายใต้ธีม “บริบทการลงทุนที่เปลี่ยนแปลง แต่โอกาสยังคงเดินหน้า” (Changing narratives, continued opportunity) ยังคงเพิ่มน้ำหนักเชิงบวกต่อหุ้นเติบโต และบริษัทที่มีอำนาจในการกำหนดราคาและมีความเชื่อมโยงกับธีมการเติบโตเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และเอเชีย

นอกจากนี้ ธนาคารยังแนะนำลูกค้ากลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงและลูกค้ากลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงมากให้พิจารณาการกระจายการลงทุนเพิ่มเติมไปยังสินทรัพย์ทางเลือก เช่น กองทุนเฮดจ์ฟันด์ และการลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อการเข้าถึงโอกาสในการลงทุน

พร้อมเน้นย้ำด้วยว่าการสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีความยืดหยุ่นนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การกระจายการลงทุนตามอุตสาหกรรมและภูมิภาค แต่ควรให้ความสำคัญกับตราสารหนี้ สกุลเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ และกลยุทธ์การลงทุนในสินทรัพย์ผสม (multi-asset) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของการลงทุนและเพิ่มเสถียรภาพโดยรวมของพอร์ตการลงทุน

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงกรอบเวลา 6 เดือน ธนาคารฯ มองว่าเศรษฐกิจโลกยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีสหรัฐฯ และเอเชียเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ยุโรปมีแนวโน้มในการเติบโตช้ากว่า แต่ยังได้รับแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐ

นอกจากนี้ ธนาคารยังคาดการณ์ว่าวัฏจักรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกกำลังเข้าใกล้จุดสิ้นสุด และปัจจัยพื้นฐานของภาคธุรกิจที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ จะช่วยหนุนการย้ายฐานการผลิต และการลงทุนด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงค์ แนะ 4 กลยุทธ์การลงทุนไตรมาส 2 ปี 2569

(1) เสริมการลงทุนด้าน AI ด้วยโอกาสตามวัฏจักรเศรษฐกิจ
คงสัดส่วนการลงทุนในธีมการเติบโตเชิงโครงสร้างของ AI โดยเฉพาะกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ควบคู่กับการกระจายการลงทุนนอกเหนือจากกลุ่มเทคโนโลยีด้วยการเพิ่มสัดส่วนในกลุ่มธุรกิจที่มีรายได้และกำไรผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรม ภาคการเงิน การบริการด้านการสื่อสาร และธุรกิจที่ผลิตและจำหน่ายวัตถุดิบขั้นต้นและวัสดุสำหรับอุตสาหกรรมอื่น

(2) ปลดล็อครายได้ที่มั่นคง
จากแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะมีน้อยลงนั้น กลยุทธ์การลงทุนที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้ โดยเน้นการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพระดับลงทุน และตราสารหนี้ในตลาดเกิดใหม่ จะสามารถช่วยสนับสนุนผลตอบแทนและเสริมความยืดหยุ่นของพอร์ตการลงทุนได้

(3) รับมือความผันผวนด้วยสินทรัพย์ทางเลือกและกลยุทธ์การลงทุนในสินทรัพย์ผสม (Multi-Asset)
เสริมการกระจายการลงทุน นอกเหนือจากสินทรัพย์ในตลาดทุน ไปยังสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ เช่น กองทุนเฮดจ์ฟันด์ การลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ และกลยุทธ์การลงทุนในสินทรัพย์ผสมระดับโลก

เพื่อเข้าถึงนวัตกรรมของบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ เพื่อใช้ประโยชน์จากความต่างของผลการดำเนินงานของบริษัทต่างๆ และเพิ่มการกระจายความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงที่แนวทางนโยบายเศรษฐกิจของแต่ประเทศแตกต่างกัน

(4) เพิ่มโอกาสจากนวัตกรรมและรายได้ในเอเชีย
เอเชียยังคงมีบทบาทสำคัญในการช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตที่มีสัดส่วนการลงทุนในสหรัฐฯ สูง พร้อมทั้งเปิดโอกาสการเติบโตระยะยาว และสร้างรายได้ที่มั่นคงและมีความยืดหยุ่น

นายวิลเลม เซลส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการลงทุน เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ กล่าวว่า “ท่ามกลางสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญ คือ การไม่ปล่อยให้มุมมองเชิงลบหรือเชิงบวกที่เกินจริงมาชี้นำ แต่ควรมุ่งเน้นการสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีความยืดหยุ่น เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอมากขึ้น

นอกจากนี้ ความผันผวนของราคาทองคำตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันสะท้อนให้เห็นว่า ไม่มีสินทรัพย์ใดที่สามารถกระจายความเสี่ยงได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้น เราจึงยังคงกระจายการลงทุนให้หลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งในมิติของภาคอุตสาหกรรม ภูมิภาค และประเภทสินทรัพย์

นายแพทริค โฮ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการลงทุน ประจำภูมิภาคเอเชียเหนือ เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ กล่าวว่าเอชเอสบีซีได้ใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบบาร์เบล (Barbell approach) ที่ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงมากกับสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำมาก ผ่านการลงทุนในนวัตกรรมของเอเชียและตราสารหนี้ควบคู่กัน ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ในช่วง 2 – 3 เดือนที่ผ่านมา

สะท้อนว่าการจัดพอร์ตในลักษณะดังกล่าวช่วยสร้างสมดุลระหว่างแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งของภูมิภาคและศักยภาพในการสร้างรายได้จากหุ้นคุณภาพที่จ่ายเงินปันผล ควบคู่กับแรงสนับสนุนจากการปฏิรูปธรรมาภิบาลของภาคธุรกิจที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยเสริมประสิทธิภาพของการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนที่มีความยืดหยุ่น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน