กลุ่ม ปตท. โร่แจง คลังกักตุนน้ำมันที่สุราษฎร์ 2 ล้านลิตร ไม่ใช่ของ “ไออาร์พีซี-โออาร์” ยันทำตามกฎหมาย หน่วยงานรัฐเข้าตรวจสอบคลังน้ำมันของบริษัททุกแห่งแล้วเป็นปกติ

จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบ 6 คลังใหญ่ ใน จ.สุราษฎร์ธานี พบมี 1 แห่ง ต้องสงสัยกักตุน 2 ล้านลิตร ซึ่งในโลกสังคมโซเชียล พยายามบิดเบือนข้อมูลโยงว่า คลังดังกล่าวเป็นของ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)

วันที่ 3 เม.ย. 2569 บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า คลังดังกล่าวไม่ใช่ของบริษัท ไออาร์พีซีแต่อย่างใด โดยบริษัทมีสถานะเป็นผู้เช่าถังเก็บน้ำมันในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี และไม่มีการกักตุน

ซึ่งบริษัทรับผิดชอบการบริหารจัดการถังเก็บน้ำมันในส่วนที่เช่าใช้เท่านั้น และไม่มีอำนาจหรือส่วนเกี่ยวข้องในการควบคุม ดูแล หรือบริหารจัดการถังเก็บน้ำมันของผู้ประกอบการรายอื่นภายในคลังเดียวกัน

สำหรับการดำเนินงาน บริษัทมีการบริหารจัดการสต็อกน้ำมันอย่างเป็นระบบ มีการแยกเก็บอย่างชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ และไม่มีการปะปนกับสต็อกของผู้ประกอบการรายอื่นแต่อย่างใด กระบวนการรับและจ่ายน้ำมัน ของบริษัทยังคงดำเนินไปตามปกติ ตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

บริษัทให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการดำเนินงาน และยินดีให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ในการตรวจสอบข้อมูลหรือข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างครบถ้วนและชัดเจน

“เราขอยืนยันว่า การดำเนินงานทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบและข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด”

ด้าน บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR (โออาร์) ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการเข้าตรวจสอบคลังน้ำมันของบริษัท เพื่อสร้างความมั่นใจต่อการบริหารจัดการปริมาณน้ำมันให้เป็นไปตามมาตรฐาน โปร่งใส ตรวจสอบได้

โดยในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา คลังปิโตรเลียมและคลังน้ำมันของบริษัททุกแห่ง ได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐหลากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น กรมธุรกิจพลังงาน สำนักงานพลังงานจังหวัด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมสรรพสามิต เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ และกรมการปกครอง เป็นต้น

“ผลการตรวจสอบคลังของบริษัททุกแห่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการบริหารจัดการปริมาณน้ำมันเป็นไปตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่กำหนด”

กรณีล่าสุดที่เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน ภ.จว. สุราษฎร์ธานีได้เข้าตรวจสอบคลังปิโตรเลียมสุราษฎร์ธานี (จุดที่ 1) และคลังปิโตรเลียมสุราษฎร์ธานี (จุดที่ 2) ของบริษัท

โดยการตรวจสอบครอบคลุมถึงข้อมูลยอดรับ-จ่ายน้ำมันรายวันตั้งแต่วันที่ 1-31 มี.ค.2569 ปริมาณน้ำมันคงเหลือในแต่ละวัน รวมถึงการเปรียบเทียบภาพรวมปริมาณน้ำมันระหว่างเดือนก.พ.-มี.ค.2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการตรวจสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

“ผลการตรวจสอบพบว่าคลังปิโตรเลียมทั้ง 2 แห่งของบริษัทเป็นไปตามมาตรฐาน มียอดรับ-จ่ายและยอดคงคลัง สอดคล้องกับข้อมูลที่รายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแล ไม่พบพฤติการณ์การกักตุนหรือการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย”

อย่างไรก็ตาม บริษัทบริหารจัดการการรับและจ่ายน้ำมัน ตลอดจนการขนส่งน้ำมันอย่างเต็มความสามารถ และมีระบบบริหารจัดการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ บริหารจัดการน้ำมันให้รองรับการใช้งานของประชาชนและภาคธุรกิจ พร้อมยืนยันการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส เป็นไปตามมาตรฐานและคำนึงถึงความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศเป็นสำคัญ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน