แอตต้า มุ่งหน้าสร้างเครือข่ายท่องเที่ยวระดับภูมิภาค เชื่อมโยง แลกเปลี่ยนตลาด สร้างพันธมิตรการขาย วอนรัฐบาลเร่งสนับสนุน เพื่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่เป้าหมาย
นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการบริหาร สมาคมฯ ได้กำหนดทิศทางใหม่ของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างชัดเจน ปรับตำแหน่งจากการทำตลาดแบบรอรับนักท่องเที่ยว สู่การเป็นผู้สร้างเครือข่ายเศรษฐกิจการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค เป็นการเปลี่ยนจากการแข่งขันให้เป็นการเชื่อมต่อกัน
เพราะโลกการท่องเที่ยววันนี้ไม่ได้แข่งขันแบบประเทศต่อประเทศอีกต่อไป แต่เป็นการแข่งขันของเครือข่าย ทำให้ใครเชื่อมโยงตลาดได้มากกว่า คนนั้นจะเป็นผู้ชนะในโลกปัจจุบัน และอนาคตต่อไป ซึ่งการจะเปลี่ยนแปลงไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้ จะต้องอาศัยการสนับสนุนของรัฐบาลอย่างแท้จริง
โดยกลยุทธ์ตามแนวคิดการท่องเที่ยวระหว่างกัน หรือทูเวย์ ทัวริซึ่ม จากการเป็นผู้ขายฝ่ายเดียวสู่การขายร่วมกัน เพื่อให้เกิดวิน-วิน อิโคโนมี่ หรือเศรษฐกิจที่ชนะไปด้วยกัน โดยหัวใจของกลยุทธ์รอบนี้ คือ ทูเวย์ ทัวริซึ่ม โปรโมชั่น ไม่ใช่เพียงการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยเท่านั้น แต่เป็นการแลกเปลี่ยนตลาด และสร้างความต้องการร่วมกัน ถือเป็นการแชร์โอกาสทางเศรษฐกิจให้เกิดการกระจายตัว และเติบโตไปด้วยกัน ทำโมเดลในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยของภาคเอกชน จะเป็นการสร้างพันธมิตรในการขายมากขึ้น
นายอดิษฐ์ เปิดเผยต่อว่า ผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจ เชื่อมั่นว่าอย่างน้อยจะเกิด 4 ข้ออย่างชัดเจนแน่นอน ได้แก่ 1.การลดต้นทุนการทำตลาด 2.เพิ่มปริมาณผ่านการประชาสัมพันธ์ร่วมกัน 3.กระจายความเสี่ยงจากตลาดเดิม และ 4.การสร้างยอดขายแบบ 2 ทาง ทั้งจากต่างประเทศ และจากในประเทศเองพร้อมกัน
เพื่อเดินหน้าตามเป้าหมายที่วางไว้ สมาคมฯ เตรียมโรดโชว์ใน 6 ตลาดยุทธศาสตร์ ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย เพื่อสร้างกลไกความร่วมมือทวิภาคีด้านการท่องเที่ยว เป็นการวางระบบความร่วมมือระยะยาว เปิดตลาดใหม่ และรักษาตลาดเดิม กระตุ้นให้เกิดการเชื่อมโยงเส้นทางบิน และเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ รวมถึงการเจรจาแพคเกจท่องเที่ยวร่วมกับพันธมิตรมากขึ้น
นอกจากนี้ยังเตรียมผลักดันนโยบาย Cluster Tourism Collaboration เพื่อสร้างกลุ่มประเทศพันธมิตรทางเศรษฐกิจท่องเที่ยว โดยทำงานร่วมกันทั้งภาครัฐ เอกชย และนักวิชาการ ทั้งฐานข้อมูล นโยบาย การอำนวยความสะดวก ดีมานด์ มีการตรวจสอบ และเคพีไอ เพื่อวัดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมด้วย
ซึ่งการวัดผลเริ่มต้นจากการนำร่อง เดินทางไปโรดโชว์ เสนอขายท่องเที่ยวไทยในประเทศจีน จะต้องมีการจับคู่ธุรกิจระหว่างไทย และจีนได้อย่างน้อย 2,000 ดีล การทำโปรโมชั่นท่องเที่ยวข้ามประเทศร่วมกัน รวมถึงต้อง สร้างส่วนแบ่งตลาดใหม่ เพิ่มกลุ่มเที่ยวครั้งแรกมากขึ้น และต้องเพิ่มกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงในสัดส่วนที่สูงขึ้นเช่นกัน
“สาเหตุที่ต้องต้องเร่งดำเนินการเปลี่ยนแปลงในตอนนี้ เพราะภายใต้ความผันผวนของโลก ทั้งวิกฤตพลังงาน ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงของดีมานด์ที่เร็วกว่าเดิม ทำให้โจทย์ตอนนี้จึงไม่ใช่ว่า มีนักท่องเที่ยวหรือไม่ แต่ระบบรองรับยังทำงานได้หรือไม่ ระบบห้ามพัง การสร้างเครือข่ายเศรษฐกิจการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงที่สำคัญที่สุด” นายอดิษฐ์ กล่าว