สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO ICI) เดือนมี.ค. 2569 ลดลงอยู่ที่ 93.07 ในเกณฑ์ “ทรงตัว” สะท้อนมุมมองระยะ 3 เดือนข้างหน้าที่ยังเปราะบาง แม้มีแรงหนุนจากสัญญาณคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างประเทศและมาตรการรัฐ แต่ถูกกดดันจากเศรษฐกิจยูโรโซน เงินทุนไหลออก และนโยบายการเงินตึงตัว ด้าน SET เดือนมี.ค. ร่วงกว่า 5% ต่างชาติขายสุทธิเกือบ 4 หมื่นล้านบาท

วันที่ 7 เม.ย. 2569 นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ประจำเดือนมี.ค. 2569 ซึ่งสำรวจระหว่างวันที่ 21–31 มี.ค. 2569 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (มิ.ย. 2569) ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 93.07 จากเดือนก่อนหน้า โดยยังคงอยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” (ช่วงค่าดัชนี 80–119) สะท้อนมุมมองของนักลงทุนที่ยังมีความระมัดระวังท่ามกลางความไม่แน่นอนของปัจจัยเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สัญญาณการคลี่คลายของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ รองลงมาคือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และกระแสเงินทุนไหลเข้า ขณะที่ปัจจัยกดดันสำคัญยังคงเป็นสถานการณ์เศรษฐกิจยูโรโซน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความกังวลต่อวินัยการคลัง

เมื่อพิจารณารายกลุ่มนักลงทุน พบว่าความเชื่อมั่นปรับลดลงในทุกกลุ่ม โดยกลุ่มนักลงทุนบุคคลอยู่ในเกณฑ์ “ซบเซา” ที่ระดับ 74.19 ลดลง 51.0% กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์อยู่ที่ระดับ 87.50 ลดลง 52.3% ขณะที่กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศอยู่ที่ระดับ 100.00 ลดลง 50.0% อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” ส่วนกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ แม้ปรับลดลง 31.4% แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ที่ระดับ 128.57

สำหรับหมวดธุรกิจที่นักลงทุนมองว่าน่าสนใจมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภคสอดคล้องกับทิศทางราคาพลังงานโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่หมวดธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ ถูกมองว่าน่าสนใจน้อยที่สุดในช่วงนี้

ด้านภาวะตลาดทุนไทยในเดือนมี.ค. 2569 SET Index เคลื่อนไหวภายใต้แรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะทิศทางนโยบายการเงินของ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ยังคงความเข้มงวดนานกว่าคาด ส่งผลให้เงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดเกิดใหม่

ประกอบกับความผันผวนของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและค่าเงินดอลลาร์ รวมถึงความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยกระดับขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และผลักดันราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวสูงขึ้น

ส่งผลให้ดัชนี SET ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2569 ปิดที่ระดับ 1,488.14 จุด ปรับลดลง 5.24% จากเดือนก่อนหน้า ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 75,321.79 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 39,754 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปีนักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิสะสมในตลาดหลักทรัพย์ไทยอยู่ที่ 19,152 ล้านบาท

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะถัดไป ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งอาจกระทบต่อราคาพลังงานและสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงผลการประชุมของธนาคารกลางหลัก ทั้ง ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่จะมีผลต่อทิศทางค่าเงินและต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจทั่วโลก

ขณะเดียวกัน ปัจจัยในประเทศยังคงต้องติดตามแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้น และลดโอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รวมถึงความคืบหน้าของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และแนวทางรับมือวิกฤตพลังงานในระยะต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน