ก.ล.ต. เผยสถิติการบังคับใช้กฎหมายช่วง 1 ม.ค. – 31 มี.ค. 2569 กล่าวโทษทั้งคดีอาญา 5 คดี 37 ราย และใช้มาตรการลงโทษทางแพ่ง 3 คดี 6 ราย ปรับ-ชดใช้กว่า 1,135 ล้านบาท
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยสถิติการบังคับใช้กฎหมายล่าสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569) ว่า ในไตรมาส 1 ปี 2569 (1 ม.ค. – 31 มี.ค.)
ก.ล.ต. ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในคดีอาญาฐานการกระทำอันไม่เป็นธรรม ทุจริต แสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งในสาระสำคัญ และประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยกล่าวโทษผู้กระทำผิดต่อพนักงานสอบสวน (บก.ปอศ. และ DSI) รวม 5 คดี ผู้กระทำความผิดรวม 37 ราย
ซึ่งเป็นฐานความผิดการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์/สินทรัพย์ดิจิทัล ได้แก่ การสร้างราคา 1 คดี ผู้กระทำความผิดรวม 21 ราย การทุจริต 1 คดี ผู้กระทำความผิด 1 ราย และประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต รวม 3 คดี ผู้กระทำความผิดรวม 15 ราย
สำหรับการดำเนินการตามมาตรการลงโทษทางแพ่ง ในไตรมาส 1 ปี 2569 (1 ม.ค. – 31 มี.ค.) ค.ม.พ. ได้มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำผิดรวม 3 คดี จำนวนผู้กระทำความผิด 6 ราย เป็นฐานความผิดการกระทำอันไม่เป็นธรรม เกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์/สินทรัพย์ดิจิทัล ได้แก่ การสร้างราคา และการใช้ข้อมูลภายใน/การเปิดเผยข้อมูลภายใน
ในช่วงเวลาเดียวกันมีผู้กระทำผิดมาตกลงทำบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด จำนวนรวม 18 ราย จาก 4 คดี โดยมีค่าปรับทางแพ่ง 633 ล้านบาท ชดใช้เงินเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับ 502 ล้านบาท
ตั้งแต่ปี 2560 ที่มีการนำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับ มีผู้กระทำความผิดตกลงทำบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด จำนวน 334 ราย จาก 85 คดี โดยมีค่าปรับทางแพ่ง 2,796.77 ล้านบาท ชดใช้เงินเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับ 959.63 ล้านบาท ซึ่งเงินค่าปรับทางแพ่ง และเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำผิด เป็นรายได้แผ่นดินที่ ก.ล.ต. นำส่งกระทรวงการคลังแล้ว
สำหรับผู้กระทำผิดที่ไม่ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ก.ล.ต. ได้มีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีผู้กระทำความผิดต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ
การมีคำพิพากษาในคดีที่ ก.ล.ต. ยื่นฟ้องเพื่อให้ศาลแพ่งกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ณ วันที่ 31 มี.ค. 2569 คดีมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว จำนวน 6 คดี (ศาลชั้นต้น 1 คดี และศาลอุทธรณ์ 5 คดี) โดยศาลพิพากษาให้ ก.ล.ต. ชนะคดี โดยลงโทษ และกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งแก่จำเลยในอัตราสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด และอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น/ศาลอุทธรณ์ จำนวน 19 คดี แบ่งเป็น 10 คดี อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น และ 9 คดี อยู่ระหว่างอุทธรณ์
นอกจากนี้ “สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” ก.ล.ต. ได้รับแจ้งเบาะแสหลอกลงทุนและให้คำปรึกษาในเรื่องการหลอกลงทุน รวม 3,473 ครั้ง เพิ่มขึ้นมากกว่า 71% เมื่อเที่ยบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ผ่าน 7 ช่องทาง
โดยมีบัญชีโซเชียลมีเดียเข้าข่ายหลอกลงทุนที่ประสานผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและหน่วยงานภาครัฐเพื่อปิดกั้น จำนวน 279 บัญชี ซึ่งผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียได้ปิดกั้นได้ร้อยละ 100 ภายในเวลา 7 นาที-48 ชั่วโมง และให้คำปรึกษาในเรื่องการหลอกลงทุน จำนวน 3,194 ครั้ง เพิ่มขึ้นถึง 391% จาก 650 ครั้ง ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2568
ส่วนการระงับบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ระงับบัญชีแล้ว 53,715 บัญชี ขณะที่ ณ วันที่ 31 ธ.ค. 68 ระงับบัญชีแล้ว 47,692 บัญชี