อมตะ ร่วมกับ Hotel Nikko Amata City Chonburi ยกระดับนิคมสู่ “เมืองอุตสาหกรรมสมบูรณ์แบบในพื้นที่อีอีซี รับคลื่นลงทุนหมุดหมายระดับพรีเมียม
นายเออิจิ ทานาเบะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านพัฒนาธุรกิจ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าบริษัทเดินหน้ายกระดับนิคมอุตสาหกรรมจากพื้นที่โรงงานแบบดั้งเดิม สู่เมืองที่รองรับทั้งการผลิตขั้นสูง การอยู่อาศัย และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน เป็น “เมืองแห่งการอยู่อาศัย” (Industrial City) ที่ผสานทั้งการทำงาน การใช้ชีวิต และการพักผ่อนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
โดยร่วมกับ Hotel Nikko Amata City Chonburi เติมเต็มประสบการณ์การพักผ่อนระดับพรีเมียม ควบคู่กับรองรับการเดินทางเพื่อธุรกิจในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สู่ “เมืองอุตสาหกรรมแห่งอนาคต” รองรับอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ และซัพพลายเชนที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมใช้งานและมีความยืดหยุ่นสูง
ทั้งนี้ เนื่องจาก Hotel Nikko Amata City Chonburi ไม่ใช่เพียงโรงแรม แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมที่สำคัญ รองรับทั้งนักธุรกิจ วิศวกร ทีมโครงการ และนักเดินทางระยะยาว รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์พักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 1 ชั่วโมง บริหารโดย Okura Nikko Hotel Management มีห้องพักจำนวน 210 ห้อง รองรับทั้งการเข้าพักระยะสั้นและระยะยาว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่สะท้อนมาตรฐานญี่ปุ่นมาตรฐานระดับโรงแรม 5 ดาว อาทิ ออนเซ็น (Ofuro)
นอกจากรองรับการเดินทางเพื่อธุรกิจแล้ว ทำเลของอมตะซิตี้ ชลบุรี ยังเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่ อาทิ ชายหาดบางแสน ศรีราชาในบรรยากาศ “Little Osaka” รวมถึงสวนสัตว์เปิดเขาเขียว และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศริมแม่น้ำบางปะกง
ในส่วนของความก้าวหน้าในแผนการพัฒนานิคมอมตะทุกพื้นที่ ทั้งในและต่างประเทศ ได้ต่อยอดจากรากฐานที่แข็งแกร่ง ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970-1980 ที่นักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาวางฐานอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งมีสัดส่วนการจัดหาวัตถุดิบในประเทศสูงถึง 90% ทำให้เกิดเครือข่ายซัพพลายเชน ที่เข้มแข็ง และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ EEC กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่การลงทุน ที่มีศักยภาพแข่งขันสูงที่สุดของประเทศไทย
ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานญี่ปุ่นกว่า 650 แห่งในไทยและเวียดนาม สะท้อนความเชื่อมั่นระยะยาวของนักลงทุนญี่ปุ่นที่มีต่อภูมิภาคนี้