หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ส่งสัญญาณเตือนวิกฤตแรงงานรุนแรง หลังไทยเผชิญปัญหาเชิงระบบ ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนแรงงานในทุกภาคธุรกิจ โดยเฉพาะภาคตะวันออก กระทบการผลิต-เกษตร-ก่อสร้าง เสี่ยงฉุดขีดความสามารถแข่งขัน กกร.ทำหนังสือด่วนถึง รมว.แรงงาน ขอเร่งต่ออายุใบอนุญาตแรงงานทุกสัญชาติ หวังพยุงเศรษฐกิจไม่สะดุด
วันที่ 28 เม.ย. 2569 นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าสมาชิกผู้ประกอบการทั่วประเทศสะท้อนปัญหาแรงงานในประเทศไทยที่ขาดแคลน เป็นปัญหาเชิงระบบ ที่กระทบแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายทุกกลุ่ม
ไม่ว่าจะเป็นเมียนมาลาว เวียดนาม และกัมพูชา ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของภาคการผลิต การเกษตร การก่อสร้าง และภาคบริการ ทั้งนี้ ภาคธุรกิจโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี ระยอง สระแก้ว ปราจีนบุรี และตราด กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานต่างด้าวอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการผลิต การให้บริการ และศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ
นายพจน์ ระบุเพิ่มเติมว่า แรงงานต่างด้าวภายใต้ระบบ MOU จำนวนมากครบและกำลังจะครบกำหนดใบอนุญาตทำงาน และบางส่วนได้ทยอยเดินทางกลับประเทศแล้ว หากไม่มีมาตรการรองรับที่เหมาะสมทันที อาจส่งผลกระทบฉับพลันต่อภาคธุรกิจที่พึ่งพาแรงงานกลุ่มดังกล่าวในสัดส่วนสูง โดยเฉพาะภาคก่อสร้าง ภาคเกษตร (รวมถึงงานเก็บผลไม้ตามฤดูกาล) และภาคบริการ ซึ่งล้วนเป็นภาคเศรษฐกิจหลักของประเทศ
เพื่อบรรเทาผลกระทบในระยะเร่งด่วน กกร. เสนอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการ “ต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติอย่างเร่งด่วน” ซึ่งคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ได้ทำหนังสือด่วนถึงรัฐมนตรีว่ากระทรวงแรงงาน (นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดยได้หวังว่าจะมีการดำเนินการร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อป้องกันไม่ให้กำลังแรงงานหายไปจากระบบในทันที พร้อมทั้งเร่งจัดทำแผนบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นระบบในระยะยาว โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างมิติด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม
สุดท้ายนี้ หอการค้าฯ ขอย้ำว่า หากไม่มีการดำเนินมาตรการอย่างทันท่วงที อาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ และบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะกลางและระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ