ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผย SET เดือน เม.ย. เริ่มชินภาวะสงคราม เงินทุนไหลออกลดลง ชี้สัญญาณบวก “ไทยแลนด์สตอรี่” จากมาตรการภาครัฐที่ทยอยออกมาหนุนบวก

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจากเดือนมี.ค.ประมาณ 3% จากเดือน มี.ค. และฟื้นต่อเนื่อง เห็นได้ตั้งแต่ต้นปีดัชนีปรับขึ้น 20% สูงสุดเป็นอันดับ 4 รองจากตลาดหุ้นไต้หวัน เกาหลี และ ญี่ปุ่น ส่วนปริมาณการซื้อขายเดือนเม.ย.จะลดลงไปเล็กน้อย เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6.5 หมื่นล้านบาทต่อวัน แต่ถือว่าค่อนข้างทรงตัวจากเดือน มี.ค.

ทั้งนี้มองว่าตลาดหุ้นไทยเดือนเม.ย.ไม่ได้ตื่นเต้นตกใจสงครามเท่ากับช่วงเดือนมี.ค. เห็นได้จากกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ออกไปไม่มากแค่หลักพันล้านบาท หลังจากไหลออกไปมากในเดือน มี.ค. ซึ่งแนวโน้มตลาดตอนนี้เริ่มมี ‘ไทยแลนด์สตอรี่’ ออกมา ทั้งมาตรการภาครัฐต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลค่าครองชีพ การกระตุ้นเศรษฐกิจ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างด้านพลังงาน รวมถึงแลนด์บริดจ์ ทำให้ตลาดเริ่มคลายกังวล”

“ผมว่าจากข้อมูลข่าวสารเวลานี้ คนเริ่มชินกับภาวะสงคราม ซึ่งแนวโน้มสหรัฐพยายามทำให้จบ อัตราดอกเบี้ยนโยบายทั้งของสหรัฐและไทย ก็ค่อนข้างชัดว่าน่าจะคงที่ไปอย่างน้อยถึงสิ้นปีนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจในประเทศก็เริ่มดี ส่งออกเริ่มสูงขึ้น นักท่องเที่ยว 4 เดือนมา 11 ล้านคน ถือว่าค่อนข้างเยอะ อีกทั้งมูดี้ส์ก็ไม่ได้ลดอันดับเคครดิต และปรับมุมมองเป็นมีเสถียรภาพ ทำให้อย่างน้อยไม่ต้องห่วงในอีก 6 เดือนข้างหน้า”

ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนเมษายน 2569

– ณ สิ้นเดือนเม.ย.SET Index ปิดที่ 1,493.69 จุด เพิ่มขึ้น 3.15% จากเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาค และเพิ่มขึ้น 18.58% จากสิ้นปี 2568

– กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มทรัพยากร

– มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 58,688 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่ 63,646 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

– นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 2,513 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนเม.ย.2569 ยังคงมียอดซื้อสุทธิ 16,638 ล้านบาท

– นักลงทุนต่างประเทศ ยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 54.43% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 31.68% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ 7.53% และบริษัทหลักทรัพย์ 6.37%

– มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ 1 บริษัท ได้แก่ บมจ. ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี (UNIX)

– Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นเมษายน 2569 อยู่ที่ระดับ 15.16 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.96 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 17.05 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 17.31 เท่า

– อัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นเม.ย.2569 อยู่ที่ระดับ 4.42% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.76%

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน