GCAP GOLD ชี้ ‘เควิน วอร์ช’ ประธานเฟดคนใหม่ ตัวแปรจุดเปลี่ยนนโยบายทางการเงินสหรัฐ จับตาแรงทยอยเข้าซื้อลุ้นทองคำรีบาวด์แตะ $4,600

น.ส.อารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า การเข้ารับตำแหน่งของ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ โดยอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายการเงินสหรัฐ และเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดทองคำทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและแรงกดดันทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) และราคาทองคำ

“การเข้ามาดำรงตำแหน่งของ ‘เควิน วอร์ช’ ในฐานะประธานเฟดคนใหม่ เป็นที่จับตามอง ว่าจะสามารถรักษาความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดได้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงส่งสัญญาณนโยบายปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยเร็ว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่เริ่มมีสัญญาณชะลอตัว”

ขณะที่ ต้นทุนพลังงานก็ทรงตัวในระดับสูง จากสถานการณ์ความขัดแย้งกับประเทศอิหร่าน จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ตลาดเริ่มปรับลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และกลับมาให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่เฟดจำเป็นต้องกลับไปใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด หากอัตราเงินเฟ้อมีสัญญาณเร่งตัวขึ้น

ประกอบกับ เควิน วอร์ช เลือกดำเนินนโยบายที่เข้มงวดมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจกลายเป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์สหรัฐ และ Bond Yield ให้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น

นอกจากนี้ เควิน วอร์ช ยังได้ส่งสัญญาณสนับสนุนการลดขนาดงบดุลของเฟด ปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ราว 6.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงอาจมีการปรับลดการสื่อสารเชิงคาดการณ์ เช่น การเผยแพร่ประมาณการอัตราดอกเบี้ยรายไตรมาส (Dot Plot) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเพิ่มความผันผวนให้ตลาดการเงินทั่วโลกในช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบาย

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์ ระบุว่าราคาทองคำกำลังเข้าสู่ช่วงตัดสินสำคัญว่าจะฟื้นตัวขึ้นหรือปรับฐานลงลึก โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ $4,480 (ราคาทองคำไทยประมาณ 69,400 +/- บาท) หากสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ จะมีแรงรีบาวด์ขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ $4,600 และ $4,640 ตามลำดับ (ราคาทองคำไทยประมาณ 70,900–71,600 บาท)

หากหลุด $4,480 อาจเห็นแรงขายกลับมากดดันลงสู่โซน $4,430–$4,400 (ราคาทองคำไทย ประมาณ 69,000–68,700 บาท) ดังนั้นจึงแนะรอจังหวะทยอยซื้อโซนแนวรับเพื่อเล่นรอบรีบาวด์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน