นายกฯ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นำทีมไทยแลนด์ประชุมเอกอัครราชทูตไทยในยุโรป ณ กรุงปารีส ประกาศเดินหน้าการทูต 2.0 เชื่อมเศรษฐกิจ การค้า เทคโนโลยี และพลังงาน พร้อมเร่งเจรจา FTA ไทย–EU หวังดึงเม็ดเงินลงทุนและเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ประเทศ ขณะที่ “เอกนิติ” ชี้ไทยมีจุดแข็งด้านเสถียรภาพและเศรษฐกิจสีเขียว หนุนก้าวสู่ฐานลงทุนสำคัญของภูมิภาค และโชว์ศักยภาพบนเวที IMF/World Bank Annual Meetings 2026
วันที่ 25 พ.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะ “ทีมไทยแลนด์” ประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ตลอดจน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมประชุมมอบนโยบายแก่เอกอัครราชทูต อุปทูต และกงสุลใหญ่ไทย จากสถานเอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทย และสถานกงสุลใหญ่จำนวน 24 แห่งประจำภาคพื้นยุโรป เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2569 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ในโลกที่กำลังเผชิญความขัดแย้งและการแข่งขันทางเศรษฐกิจรอบใหม่ “ยุโรป” จะไม่ใช่แค่ตลาดส่งออกของไทยอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “พันธมิตรยุทธศาสตร์” สำคัญ ที่จะช่วยเปิดโอกาสใหม่ให้สินค้าไทย การลงทุนไทย และคนไทยในอนาคต พร้อมเดินหน้า “การทูต 2.0” เชื่อมเศรษฐกิจ การค้า เทคโนโลยี พลังงาน และความมั่นคงเข้าด้วยกัน
โดยย้ำว่าการเร่งเจรจา FTA ไทย–EU จะเป็นกุญแจสำคัญในการดึงเม็ดเงินลงทุน เทคโนโลยี และงานคุณภาพเข้าสู่ประเทศไทย
ขณะที่นายเอกนิติ กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดแข็งสำคัญของไทยในสายตานักลงทุนโลก คือเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง ท่ามกลางโลกที่ผันผวน พร้อมชี้ว่าไทยและยุโรปมีทิศทางด้านพลังงานสะอาดและเศรษฐกิจสีเขียวสอดคล้องกัน ทำให้ไทยมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นฐานการลงทุนสำคัญของภูมิภาค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรมูลค่าสูง ยานยนต์ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด อีกทั้งการที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF/World Bank Annual Meetings 2026 ยังเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะแสดงศ้กยภาพในเวทีเศรษฐกิจโลกด้วย