สภาพัฒน์ เผย สินเชื่อบุคคลกลุ่มต่ำกว่า 25 ปีเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ ดันหนี้ครัวเรือนเพิ่มอยู่ที่ 86.7% ต่อจีดีพีแนะ ก.ล.ต. มีมาตรการออกใบอนุญาตคุม Finfluencer

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ หรือสศช.) เปิดเผยว่าภาวะสังคมไทยไตรมาส 1/2569 พบว่าหนี้ครัวเรือนไตรมาส 4/2568 เพิ่มขึ้น 0.05% มีมูลค่า 16.44 ล้านล้านบาท ทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) อยู่ที่ 86.7% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน

สินเชื่อส่วนบุคคลที่ผิดนัดชำระเกิน 90 วันขึ้นไป (NPLs) จากข้อมูลเครดิตบูโร มีมูลค่า 1.31 ล้านล้านบาท คิดเป็น 9.59% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 9.45% จากสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อส่วนบุคคล

“ประเด็นสำคัญ คือ พฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่มักซื้อสินค้าและบริการ ตามรีวิวหรือเทรนด์ออนไลน์ ทำให้หนี้คงค้างบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลกลุ่มต่ำกว่า 25 ปี เพิ่มขึ้นสูงสุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นในปี 2568 อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น ควรเร่งเสริมสร้างทักษะทางการเงินแก่คนรุ่นใหม่ตั้งแต่ประถมศึกษา”

นอกจากนี้ การเปิดตัวของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) อาจต้องเฝ้าระวังการก่อหนี้เพิ่ม ดังกรณีประเทศจีนที่พบว่า ผู้กู้บางส่วนเข้าสู่วงจรหนี้ได้ง่ายขึ้น ขณะที่ฟิลิปปินส์พบว่า ธนาคารดิจิทัลมีสัดส่วน NPLs สูงกว่าธนาคารแบบดั้งเดิม

และ 3.อิทธิพลของ Finfluencer ต่อพฤติกรรมการเงินครัวเรือน ในยุคดิจิทัล Finfluencer บางส่วนอาจเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือคลาดเคลื่อน จึงควรให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลเนื้อหาของ Finfluencer อาทิ กำหนดให้ขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และมีใบอนุญาต

ในส่วนของสถานการณ์การจ้างงานมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ผู้มีงานทำมี 41.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 4.6% ทั้งจากการจ้างงานภาคเกษตรกรรมที่กลับมาขยายตัว และนอกภาคเกษตรกรรมขยายตัวต่อเนื่อง อัตราการว่างงานรวมเพิ่มขึ้น อยู่ที่ 0.94% คิดเป็นผู้ว่างงาน 3.9 แสนคน

ประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ 1.การรองรับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อการจ้างงานและรายได้ของแรงงานที่อาจลดลง ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเร่งเตรียมมาตรการช่วยเหลือ โดยเฉพาะการจับคู่การจ้างงานในสาขาที่มีความต้องการแรงงาน

2.การว่างงานแฝงมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยในปี 2568 มีจำนวนกว่า 2.2 แสนคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 17.8% ส่วนใหญ่มีการศึกษาไม่สูงและอยู่ในภาคเกษตร จึงควรเร่งยกระดับผลิตภาพและสร้างอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มชั่วโมงการทำงานและรายได้

และ 3.ความเสี่ยงต่อการจ้างงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เนื่องจากการผลิตรถยนต์สันดาปลดลงต่อเนื่อง ทำให้แรงงานในอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาปมีความเสี่ยงต้องย้ายไปทำงานในอุตสาหกรรมอื่น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน