สศอ. ปรับลดประมาณการ MPI และจีดีพีภาคอุตสาหกรรม ปี 2569 ลงเหลือ 1-2% จากเดิม 1.5-2.5% เหตุสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ- หนี้ครัวเรือนรุมเร้า

นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่าได้ปรับลดประมาณการดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม หรือเอ็มพีไอ (MPI) และอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือจีดีพี (GDP) ภาคอุตสาหกรรมปี 2569 ลงมาอยู่ที่ 1-2% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 1.5-2.5%

ทั้งนี้ เนื่องจากยังมีปัจจัยกดดันสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ ความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจและมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ ปัญหาหนี้ครัวเรือนและการบริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัว รวมถึงการแข่งขันจากสินค้านำเข้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ แม้จะมีปัจจัยสนับสนุนจากการค้าระหว่างประเทศของไทยกับคู่ค้าหลักที่ยังเติบโตต่อเนื่อง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ช่วยประคับประคองภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะต่อไป แต่ประเมินแนวโน้มภาพรวมทั้งปี 2569 ชะลอลงกว่าเดิมที่คาดไว้

สำหรับดัชนีเอ็มพีไอ เดือนเม.ย.2569 อยู่ที่ระดับ 92.76 หดตัวเล็กน้อย 0.36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 56.41% โดยสาเหตุสำคัญมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมไทย ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการ

ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาหดตัว หลังราคาน้ำมันสูงและเศรษฐกิจโลกชะลอตัวกระทบต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อาทิ นมสดพร้อมดื่ม มันฝรั่งทอดกรอบ แฮม และไส้กรอก อีกทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง 86.7% ต่อจีดีพี ยังคงเป็นแรงกดดันต่อกำลังซื้อภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ดัชนีเอ็มพีไอ เดือนเม.ย.2569 ที่ลดลงไม่มากนัก เพราะมีแรงสนับสนุนสำคัญจากมาตรการภาครัฐที่ช่วยประคองเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการช่วยเหลือภาคขนส่งผ่านการสนับสนุนค่าน้ำมัน รวมถึงการตรึงค่าไฟฟ้า เป็นการช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนและภาระต้นทุนของภาคธุรกิจ

อีกทั้ง การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม
ยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง โดยเดือนเม.ย.2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมมีมูลค่า 25,937 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 27.5% และการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำ อาวุธ รถถัง และอากาศยานรบ) มีมูลค่า 24,404 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 29% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22

ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจและการลงทุนยังได้รับแรงสนับสนุนจากการที่ Moody’s Ratings ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยดีขึ้น สะท้อนเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย ช่วยสนับสนุนบรรยากาศการลงทุนและความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจไทย

สำหรับเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนพ.ค2569 ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ เรื่องความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่ลดลง ตามความกังวลต่อวัตถุดิบในการผลิตของกลุ่มปิโตรเคมีและพลาสติก ส่วนการนำเข้ายังขยายตัวในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์
ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศต้องเฝ้าระวังผลกระทบของสงครามที่ผลักดันให้ต้นทุนภาคการผลิตและการขนส่งปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม มูลค่าการส่งออกของจีนยังคงสามารถขยายตัวได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน