กลุ่มบีเจซี ยังไม่พร้อมนำบิ๊กซี เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมเปิดวิสัยทัศน์ 3 ปี รุกขยายตลาดต่างประเทศ โดยเน้นเวียดนาม ทั้งค้าส่ง และค้าปลีก เพิ่มสัดส่วนรายได้

วันที่ 1 มิ.ย.2569 นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เปิดเผยว่า แผนการนำบิ๊กซีเข้าตลาดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกครั้งนั้น ต้องยอมรับว่าตลาดไทยยังไม่พร้อมจะเข้าในช่วงนี้ ด้วยภาวะตลาดทุนผันผวนและเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย จึงจะยังไม่พิจารณานำอะไรเข้าตลาดหลักทรัพย์ในช่วงนี้ โดยจะเดินหน้าขยายเครือข่ายค้าปลีกทั่วประเทศในไทย และการรุกขยายในต่างประเทศ

นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล รองประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า บริษัทเดินหน้าตามวิสัยทัศน์ปี 2030 (ปี 2573) ของกลุ่มบีเจซี โดยรุกขยายธุรกิจค้าปลีกในต่างประเทศ เพื่อผลักดันรายได้จากตลาดต่างประเทศให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 30% จากปัจจุบันสัดส่วนอยู่ที่ 20% ในประเทศเวียดนาม มาเลเซีย กัมพูชา สปป.ลาว และฮ่องกง

จากนี้จะเน้นในประเทศเวียดนามเป็นหลักผ่านโมเดลธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง ซึ่งค้าส่งภายใต้ชื่อ MM Mega Market จากการเข้าซื้อกิจการ Metro Cash & Carry Vietnam มูลค่า 22,500 ล้านบาท ซึ่งได้เริ่มในเดือนพ.ค.ปีนี้ ปัจจุบันมีสาขาอยู่ 30 สาขา โดยตั้งเป้าจะเปิดสาขาอีก 24 สาขาภายในปี 2573 ภายใต้งบลงทุน 500-1,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมกันนี้ธุรกิจค้าปลีกเตรียมรีแบรนด์และนำบิ๊กซีกลับคืนสู่ตลาดเวียดนามอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง หลังสิทธิการใช้ชื่อแบรนด์ของกลุ่มเซ็นทรัลจะสิ้นสุดในปีนี้ เพื่อขยายฐานลูกค้าในกลุ่มซูเปอร์เซ็นเตอร์

“เวียดนามเป็นประเทศแห่งการเติบโต ทั้งจีดีพี และกำลังซื้อ เป็นประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูงที่สุดในภูมิภาค และมีโอกาสขยายการลงทุนได้อีกมากในหลายธุรกิจเหมือนที่เราทำในประเทศไทย กลุ่มบีเจซีจึงเตรียมเดินหน้าขยายการลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง เพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็น 30% ในปี 2573 จากปัจจุบันที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากประเทศไทย และจะเพิ่มเป็น 40% ภายในปี 2583 โดยเวียดนามจะเป็นฐานรายได้สำคัญที่สุดของการเติบโตในต่างประเทศ” นางฐาปณีกล่าว

ส่วนในไทย บิ๊กซีเดินหน้าตามแผนลงทุนเชิงรุกปี 2569 ด้วยงบกว่า 8,000 ล้านบาท ขยายเครือข่ายค้าปลีกทั่วประเทศ ผ่านการเปิดสาขาใหม่มากกว่า 200 สาขา แบ่งเป็น สาขาขนาดใหญ่ 2 สาขา และขนาดเล็ก (มินิบิ๊กซี) 200 สาขา รวมทั้งปรับปรุงสาขาขนาดใหญ่เพิ่มเติม 18 สาขา พร้อมเร่งปรับโมเดลธุรกิจและยกระดับสาขาเดิมสู่แนวคิด “Store Transformation” สะท้อนกลยุทธ์การปรับพอร์ตธุรกิจค้าปลีกให้สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคและศักยภาพของแต่ละพื้นที่ในระยะยาว

สำหรับแนวคิด “Better Store” จะมุ่งเพิ่มองค์ประกอบด้านไลฟ์สไตล์และประสบการณ์ผู้บริโภค ผ่านโซนกิจกรรม ร้านอาหาร ร้านค้าเฉพาะทาง พื้นที่พบปะสังสรรค์ รวมถึง tenant mix รูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มระยะเวลาการใช้บริการภายในสาขา และสร้าง engagement กับผู้บริโภคทุกเจเนอเรชัน

นอกจากนี้ บิ๊กซี ยังเตรียมเดินหน้ากิจกรรมส่งเสริมการขายและแคมเปญการตลาดอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ภายใต้แบรนด์สินค้าของบิ๊กซี ที่เน้นคุณภาพและความคุ้มค่า เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันท่ามกลางกำลังซื้อที่ยังต้องการความคุ้มค่า (Value for money) อย่างชัดเจน

ปัจจุบัน บิ๊กซี มีสาขาขนาดใหญ่ในประเทศไทย กัมพูชา และลาว รวม 208 สาขา แบ่งเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต 154 สาขา และซูเปอร์มาร์เก็ต 54 สาขา รวมถึงมีบิ๊กซีมินิอีก 1,527 สาขา และยังดำเนินธุรกิจในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง 19 สาขา สะท้อนการขยายตัวของเครือข่ายค้าปลีกในระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน