คอลลิเออร์ส มองบวกอสังหาฯ ไทย เชื่อเศรษฐกิจชะลอคือโอกาสเข้าซื้อ ชี้ผู้ประกอบการต้องการสภาพคล่องเปิดโอกาสผู้ซื้อ ขณะที่เมกะโปรเจกต์หนุนราคาที่ดินโตต่อ
นายเอ็ดเวิร์ด คอร์คอรัน (Edward Corcoran) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด ที่ปรึกษาด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่าบริษัทยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะยังเผชิญความท้าทาย โดยมองว่าช่วงเวลาที่ตลาดชะลอตัวและผู้ประกอบการบางส่วนมีข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง กลับเป็นจังหวะที่เหมาะสมสำหรับการซื้อ โดยเฉพาะในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพและสามารถถือครองระยะยาวได้
“ในฐานะที่มีประสบการณ์ลงทุนในประเทศไทยมา 30 ปี โดยส่วนตัวมองว่าปัจจุบันเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจสำหรับการเข้าลงทุน เนื่องจากหลักการสำคัญของการลงทุนคือการซื้อในช่วงที่ราคายังอยู่ในระดับเหมาะสมและขายเมื่อมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต”
นายเอ็ดเวิร์ด กล่าวด้วยว่าในภาวะตลาดปัจจุบันที่ ผู้ขายจำนวนมากต้องการปิดการขายให้เร็วขึ้น ขณะที่ระดับราคาอสังหาริมทรัพย์ในหลายภาคส่วนยังถือว่าอยู่ในจุดที่สมเหตุสมผลสำหรับการเข้าซื้อ แม้ว่าบางเซ็กเตอร์จะเผชิญความท้าทาย แต่ก็มีหลายกลุ่มที่ยังสามารถรักษาระดับราคาไว้ได้ โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมที่ยังคงมีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้นายเอ็ดเวิร์ดยอมรับว่าปัจจัยสำคัญที่ยังเป็นข้อจำกัดของตลาดคือกำลังซื้อและการเข้าถึงสินเชื่อ เนื่องจากผู้บริโภคจำนวนหนึ่งมีภาระทางการเงินสะสมจากช่วงที่ผ่านมา ทำให้การขอสินเชื่อเป็นไปได้ยากขึ้น
ควรซื้อเมื่อตลาดมีแรงกดดัน รอเศรษฐกิจฟื้นอาจสายเกินไป
แม้เช่นนั้นโดยส่วนตัวยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อประเทศไทย โดยมองว่าในทางเศรษฐศาสตร์ นักลงทุนควรพิจารณาเข้าซื้อสินทรัพย์ในช่วงที่ตลาดยังเผชิญแรงกดดัน มากกว่ารอให้ทุกปัจจัยกลับมาเป็นบวกแล้วจึงลงทุน เพราะเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว มูลค่าของสินทรัพย์มักปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
ชี้ประเทศไทยยังมีเสน่ห์ดึงดูดการลงทุนระยะยาว
นายเอ็ดเวิร์ดประเมินว่า จุดแข็งของประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังรวมถึงคุณภาพชีวิตและศักยภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งยังเป็นปัจจัยดึงดูดทั้งนักลงทุนและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
พร้อมระบุว่า ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่มีเสน่ห์ในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในด้านไลฟ์สไตล์ คุณภาพระบบสาธารณสุข อาหาร และความเป็นมิตรของผู้คน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังมองว่าประเทศไทยมีโอกาสได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนและอินเดีย หากสามารถกลับมาเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ จะเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต
“ประเทศไทยยังมีช่องว่างสำหรับการเติบโตในระยะยาว และยังคงเป็นตลาดที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง”
จับตา “แลนด์บริดจ์” แนวคิดที่น่าสนใจ แต่ต้องรอความชัดเจนด้านนโยบาย
นายเอ็ดเวิร์ดยังได้ให้ความเห็นสำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งถูกมองว่าอาจเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศว่า โครงการดังกล่าวยังเป็นแนวคิดที่มีความน่าสนใจ แต่จำเป็นต้องติดตามความชัดเจนในหลายมิติ ทั้งด้านนโยบาย การอนุมัติต่าง ๆ และความเป็นไปได้เชิงวิศวกรรม
มิกซ์ยูสเมกะโปรเจกต์ ดันมูลค่าที่ดินกรุงเทพฯ
ขณะที่นายธนากร ธนูถนัด ผู้จัดการ ฝ่ายประเมินมูลค่าทรัพย์สิน คอลลิเออร์ส ประเทศไทย กล่าวถึงภาพรวมตลาดที่ดินในกรุงเทพมหานคร ว่ายังคงได้รับแรงหนุนจากการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) และโซนบางนา ซึ่งถูกมองว่าเป็นทำเลศักยภาพสำคัญของการขยายตัวในอนาคต
บางนา ทำเลดาวรุ่งรับการเติบโตระลอกใหม่
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาที่ดินในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ยังคงมาจากโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น One Bangkok, Central Park, Bangkok Mall และ The Forestias สองมิกซ์ยูสระดับเวิลด์คลาสที่ตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด รวมถึง Cloud 11 ย่านบางจาก ถนนสุขุมวิท ที่จะช่วยยกระดับมูลค่าที่ดินโดยรอบ
ชิดลม-เพลินจิต-วิทยุ ครองแชมป์ที่ดินแพงสุดของประเทศ
โดยปัจจุบันทำเลที่มีราคาที่ดินสูงที่สุดยังคงเป็นบริเวณชิดลม เพลินจิต และถนนวิทยุ ซึ่งมีระดับราคาประมาณ 3-4 ล้านบาท/ตร.ว. แม้ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จะยังไม่ปรากฏธุรกรรมซื้อขายที่ดินสถิติใหม่มากนัก เนื่องจากผู้พัฒนาโครงการหลายรายชะลอการลงทุนและบริหารสภาพคล่องอย่างระมัดระวัง
อย่างไรก็ตาม ราคาที่ดินยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อจำกัดด้านอุปทานที่ดินในย่านใจกลางเมือง โดยยกตัวอย่างการซื้อที่ดินของ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บนถนนชิดลมในปี 2567 ที่ระดับประมาณ 3 ล้านบาท/ตร.ว. เทียบกับการซื้อขายที่ดินในทำเลถนนวิทยุซึ่งไม่ไกลกัน โดยราคาเมื่อปี 2559 ที่ระดับ 1.9 ล้านบาท/ตร.ว. หรือหากคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 6% ต่อปี
จับตาที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ แปลงทองบนถนนวิทยุ
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาการประกาศขายที่ดินของ Embassy of the Netherlands in Thailand บนถนนวิทยุ ซึ่งคาดว่าจะเป็นหนึ่งในแปลงที่ดินซึ่งได้รับความสนใจจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่จำนวนมาก
นายธนากรยังประเมินว่า แม้ในปี 2568 จะยังไม่มีสถิติราคาซื้อขายใหม่เกิดขึ้น แต่ราคาเสนอขาย (Asking Price) ในหลายพื้นที่ได้ปรับขึ้นสูงกว่าสถิติเดิมไปแล้ว สะท้อนความเชื่อมั่นของเจ้าของที่ดินต่อศักยภาพของทำเลในอนาคต
ผังเมืองใหม่กทม.หนุนที่ดินรัชดาฯ-กรุงเทพฯตอนเหนือ
นายธนากร กล่าวถึงการปรับปรุงผังเมืองกรุงเทพมหานครฉบับใหม่จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนศักยภาพการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะแนวรัชดาภิเษกและพื้นที่ตอนเหนือของกรุงเทพมหานครที่เชื่อมโยงกับถนนพหลโยธิน ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากผู้พัฒนาโครงการและนักลงทุนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ผังเมืองใหม่อาจไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในที่มีการพัฒนาอย่างหนาแน่นอยู่แล้ว แต่จะมีบางทำเลที่ได้รับอานิสงส์จากการปรับเงื่อนไขการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยเฉพาะการเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (FAR) ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาโครงการในอนาคต ซึ่งหนึ่งในนั้นคือแนวถนนรัชดาภิเษก ที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากการปรับเพิ่มค่า FAR จากเดิม 1:7 เป็น 1:8 ส่งผลให้สามารถพัฒนาโครงการที่มีความหนาแน่นและมูลค่าสูงขึ้นได้ในอนาคต ขณะที่ปัจจุบันราคาที่ดินในบางช่วงของถนนรัชดาภิเษกได้ปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับมากกว่า 1 ล้านบาท/ตร.ว.แล้ว”
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีที่ดินบางแปลงในทำเลดังกล่าวประกาศขายในระดับประมาณ 1.3 ล้านบาท/ตร.ว. แม้จะยังไม่มีการปิดการซื้อขายเกิดขึ้น แต่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเจ้าของที่ดินและนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพการเติบโตของพื้นที่ในระยะยาว
พหลโยธิน-แยกเกษตร รับแรงหนุนจากโครงการขนาดใหญ่
ด้านพื้นที่ตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะแนวพหลโยธินและบริเวณแยกเกษตร เป็นอีกหนึ่งทำเลที่มีโอกาสเติบโตจากการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่อย่าง “เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” เมกะโปรเจกต์ของเซ็นทรัลพัฒนา ที่คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ รวมถึงแผนลงทุนเมกะโปรเจกต์ 750 ไร่ย่านรังสิต ส่งผลให้การขยายตัวของเมืองซึ่งจะช่วยยกระดับความน่าสนใจของทำเลและดึงดูดการลงทุนในอนาคต
“การพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์และศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในแนวพหลโยธินถูกมองว่าจะเป็นตัวเร่งสำคัญที่ช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย และความต้องการใช้ที่ดินในพื้นที่โดยรอบ”
สำหรับแนวโน้มระยะยาว ยังคาดว่าราคาที่ดินในกรุงเทพฯ จะเติบโตเฉลี่ยราว 5-7% ต่อปี จากภาวะอุปทานที่ดินที่มีจำกัด ประกอบกับแรงหนุนจากเมกะโปรเจกต์และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล