รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เร่งขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ เตรียมเยือนเวียดนามสร้างพันธมิตร-ชูระบบเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐแบบบูรณาการ พร้อมยกระดับความปลอดภัยนักท่องเที่ยวด้วยเทคโนโลยี AI
วันที่ 5 มิ.ย. 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและติดตามการแก้ปัญหาด้านการท่องเที่ยวและกีฬา ตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ครั้งที่ 2/2569 โดยมี ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วม ณ ห้องประชุมสุวรรณวิจิตร
ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีการหารือถึงภารกิจสำคัญในการร่วมคณะเดินทางเยือนประเทศเวียดนามอย่างเป็นทางการ ร่วมกับนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 8-9 มิ.ย.นี้ ซึ่งรัฐมนตรีได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดเตรียมประเด็นหารือและข้อตกลงความร่วมมือทั้งด้านกีฬาและการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียนแบบพันธมิตรที่เกื้อกูลกันมากกว่าการเป็นคู่แข่ง
สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูล รัฐมนตรีได้สั่งการให้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อผลักดันกระทรวงเข้าสู่ระบบเชื่อมโยงข้อมูลภาคราชการ (Business Data Exchange) ตามนโยบายของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกระทรวง เพื่อให้การบริการนักท่องเที่ยวและการวางแผนนโยบายมีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าการทบทวนมาตรการวีซ่า โดยเฉพาะการรักษาตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียที่ได้รับผลกระทบจากการปรับลดสิทธิ์วีซ่า ซึ่งท่านรัฐมนตรีเตรียมเสนอขอสิทธิ์ประเภท ผ.15 เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขัน
ในส่วนของความคืบหน้าการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยว ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดการจัดเก็บผ่านช่องทางอากาศร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีการประชุมสรุปรายละเอียดอีกครั้งในวันที่ 16 มิ.ย.นี้
สำหรับการปรับโครงสร้างกระทรวงที่จะแยกภารกิจด้านการท่องเที่ยวไปรวมกับกระทรวงวัฒนธรรม และจัดตั้งกระทรวงการกีฬา นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนทางกฎหมายและคาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ในช่วงปลายปี 2569 เพื่อให้การทำงานในแต่ละด้านมีความชัดเจนและคล่องตัวยิ่งขึ้น
ด้านความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ท่านรัฐมนตรีได้เน้นย้ำเรื่องการกวดขันปัญหามาเฟียและมิจฉาชีพ โดยชูการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ตรวจจับใบหน้ามาใช้ในการเฝ้าระวังบุคคลอันตราย และเตรียมนำระบบกล้องติดตัวตำรวจที่เชื่อมโยงข้อมูลอาชญากรรมได้ทันทีมาใช้เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับโครงการสำคัญอื่นๆ เช่น โครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการออกแบบก่อสร้าง คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีได้ในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า พร้อมกันนี้ยังได้เร่งรัดการก่อสร้าง ซ่อมแซม และถ่ายโอนสนามกีฬาทั่วประเทศเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์ รวมถึงการเตรียมบูรณาการร่วมกับกระทรวงคมนาคมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองผ่านระบบรถไฟเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
นายสุรศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่าการทำงานต่อจากนี้จะเน้นการบูรณาการข้อมูลร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อให้กระทรวงเป็นกลไกหลักในการสร้างรายได้และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านความปลอดภัยให้กับประเทศไทยต่อไป