ผลสำรวจการใช้จ่ายช่วงบอลโลก หากมีการถ่ายทอดสด คาดเงินสะพัดทะลุ 6.8 หมื่นล้าน ใช้จ่ายในระบบ 2.1 หมื่นล้าน ชี้เป็นเครื่องยนต์สำคัญขับเคลื่อนการบริโภคในประเทศ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจม.หอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วง FIFA World Cup 2026 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,200 คนทั่วประเทศ ระหว่าง 30 พ.ค. – 3 มิ.ย. 2569 พบว่ากรณีมีการถ่ายทอดสดคาดการณ์ว่าจะมีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ 68,635 ล้านบาท ลดลง21.7% เมื่อเทียบกับช่วงยูโร 2024 แบ่งเป็นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ 21,061 ล้านบาท และการใช้จ่ายนอกระบบในส่วนของพนันบอล 47,574 ล้านบาท คิดเป็น 69% ของวงเงินรวม

ส่วนกรณีไม่มีการถ่ายทอดสด เนื่องจากยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดนั้นคาเม็ดเงินสะพัดจะลดลงเหลือเพียง 57,660 ล้านบาท หรือลดลง 34.2% เมื่อเทียบกับช่วงยูโร 2024 โดยเงินหายไปจากระบบเศรษฐกิจเกือบ 1.1 หมื่นล้านบาทหกาไม่ถ่ายทอด สะท้อนชัดเจนว่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดไม่ใช่แค่เรื่องความบันเทิง แต่เป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนการบริโภคภายในประเทศ

“จะเห็นว่าเม็ดเงินพนันฟุตบอลยังหมุนเวียนสูง แต่บอลโลกปีนี้ประเมินอยู่ที่ 47,000 ล้านบาท ลดลงจากช่วงฟุตบอลยูโรที่เคยสูงถึง 67,000 ล้านบาท และถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 12 ปี สะท้อนความกังวลของประชาชนต่อภาวะเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และการเข้มงวดปราบปรามการพนันมากขึ้น” นายธนวรรธน์ กล่าว

ผลสำรวจยังพบว่า ประชาชนมีความสนใจฟุตบอลโลก 2026 ในระดับ มาก 41.7% และ มากที่สุด 6.8% รวม 48.5% ขณะที่ 31.2% สนใจระดับปานกลาง เมื่อถามถึงทัศนะต่อการให้รัฐบาลสนับสนุนค่าลิขสิทธิ์เพื่อให้ประชาชนดูฟุตบอลโลกฟรี พบว่า 66.8% เห็นด้วย และ 17.9% เห็นด้วยอย่างยิ่ง รวม 84.7% ขณะที่ 13.7% เฉย ๆ หรือไม่แน่ใจ และมีผู้ไม่เห็นด้วยรวม 1.6%

สินค้าที่คาดว่าจะมีการใช้จ่ายมากที่สุดคือค่าอาหาร และเครื่องดื่มนอกบ้าน 63.8% เฉลี่ย 3,819 บาท รองลงมาคือซื้อไปรษณียบัตร 42.9% เฉลี่ย 493 บาท ค่าสมัครแพ็กเกจสตรีมมิง/ดูออนไลน์ 33.2% เฉลี่ย 732.66 บาท ค่าอาหาร และเครื่องดื่มที่บ้าน 31.5% เฉลี่ย 2,718.48 บาท และค่าสินค้าหรือของที่ระลึกเกี่ยวกับบอลโลก 31.1% เฉลี่ย 1,626.68 บาท

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน