ททท. ชี้ท่องเที่ยวยังนิ่ง ลุ้นต่างชาติแตะ 33 ล้านคน ปั๊มรายได้รวม 2.65 ล้านล้าน

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)กล่าวว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยรวม 14.03 ล้านคน ลดลงจากปี 2568 เล็กน้อยร้อยละ 2.3 สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว 679,274 ล้านบาท โดยตลาดนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบโดยตรงได้แก่ ตลาดตะวันออกกลางที่ลดลงร้อยละ 24.9 และแอฟริกา ที่ลดลงร้อยละ 4 ขณะที่ตลาดยุโรปและอเมริกายังมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2568

ขณะที่ตลาดที่ยังคงมีอัตราการเติบโตคือ กลุ่มตลาดสแกนดิเนเวียน และยุโรปตะวันออก โดยเฉพาะสวีเดน (+14.3%), นอร์เวย์ (+10.9%), โปแลนด์ (+16.9%) และคาซัคสถาน (+8.3%)

สำหรับตลาตระยะใกล้นั้นพบว่าตลาดเอเชียตะวันออกมีแนวโน้มที่เติบโตดีขึ้น โดยตลาดจีนกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่น (+18.4%) มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยแล้วจำนวน 2.3 ล้านคน ขณะที่เอเชียใต้ อินเดียยังเติบโตดีอยู่ที่ร้อยละ 8 มีจำนวนนักท่องเที่ยว 1 ล้านคน ขณะที่ตลาดอาเซียนมีแนวโน้มชะลอตัว (-14%)

 

ทั้งนี้ ตลาดนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน จำนวน 2,318,312 คน (+18.4%) มาเลเซีย 1,737,938 คน (-8.6%) อินเดีย 1,056,729 คน (+7.9%) รัสเซีย946,732 คน (-1.5%) และเกาหลีใต้ 539,848 คน (-19.8%)

ส่วนตลาดในประเทศ หรือตลาดไทยเที่ยวไทยพบว่าในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 85.32 ล้านคน-ครั้ง อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2568 สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 89,989 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4 จากแนวโน้มของกำลังซื้อคนไทยที่ลดลงจากสถานการณ์วิกฤตน้ำมัน ทำให้ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

รวมถึงสายการบินในประเทศมีการปรับลด/ยกเลิกเที่ยวบินภายในประเทศ การขับรถท่องเที่ยวระยะไกลที่ลดลง คนไทยหันมาเที่ยวระยะใกล้มากขึ้นและเที่ยวแบบประหยัดมากขึ้น

นางสาวฐาปนีย์กล่าวว่า คาดการณ์ในนภาพรวมแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 จะอยู่ที่ 33 ล้านคน สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว 1.55 ล้านล้านบาท และนักท่องเที่ยวในประเทศจำนวน 200.4 ล้านคน-ครั้ง รายได้ 1.1 ล้านล้านบาทรวมรายได้ของภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปีนี้ที่ประมาณ 2.65 ล้านล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2568

อย่างไรก็ตาม ททท.จะมุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยภายใต้แนวคิด “Value over Volume” เน้นคุณค่ามากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว ด้วยการส่งเสริมตลาดทดแทนในเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ อาทิ จีน และอินเดีย ตลาดอาเซียน อาทิ มาเลเซีย และรักษาฐานตลาดยุโรปและอเมริกา

พร้อมนำเสนอขายประเทศไทยในมุมมองใหม่หรือประสบการณ์ใหม่แก่นักท่องเที่ยว เพื่อให้ปี 2569 เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านสู่ “The New Thailand” โดยส่งเสริมกลุ่มตลาดศักยภาพที่สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวสูง ได้แก่ กลุ่ม Medical Tourism, Health & Wellness, Luxury, Incentive, Sports และ Sustainable Tourism ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแรงจูงใจการเดินทางสูงและมีความยืดหยุ่นต่อปัจจัยภายนอก

นอกจากนี้ยังเร่งผลักดันกลยุทธ์ Amazing 5 Economy เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ได้แก่ 1. Life Economy มุ่งยกระดับสินค้าและบริการของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง Wellness & Medical Tourism 2. Sub- Culture Economy เพื่อเจาะกลุ่ม Niche market และทำการตลาดในกลุ่ม Sub Culture

3. Night Economy เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ยามค่ำคืน เพื่อเพิ่มเวลาและกระจายการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวไปพร้อมกัน 4. Circular Economy วางรากฐานระบบเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวที่ออกแบบให้ทรัพยากรถูกใช้หมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ และ 5. Platform Economy อำนวยความสะดวกในการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ และสะดวกสบายด้วยการบริการชำระเงินที่รองรับดิจิทัลเพลย์เมนต์ที่ปลอดภัยไร้กังวล

สำหรับตลาดในประเทศนั้น ททท.ได้เร่งปรับกลยุทธ์กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวตลาดในประเทศ ด้วยการชูการท่องเที่ยวชุมชน เที่ยวใกล้บ้าน ประหยัดพลังงาน พร้อมผลักดันแคมเปญภายใต้แนวคิด “เที่ยวใกล้บ้าน” ควบคู่กับการกระจายรายได้สู่เมืองน่าเที่ยวและชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน