กระทรวงการคลังเผยความคืบหน้าโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล (TISA) แล้ว 70-80% เตรียมชี้แจงรายละเอียดและเร่งเสนอ ครม. ด้าน FETCO ชี้ไทยกำลังเข้าสู่วัฏจักรการลงทุนใหม่ พร้อมใช้กลไกตลาดทุนเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการหารือตลาดทุนไทยในการขับเคลื่อนประเทศว่า ในภาวะวิกฤตขณะนี้ตลาดทุนแสดงให้เห็นแล้วว่ามีการยึดโยงกับเศรษฐกิจอย่างชัดเจน สำหรับโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล (Thailand Individual Saving Account: TISA) เป็นการสร้างดีมานด์ให้คนมาลงทุน ซึ่งมีการพูดคุยคืบหน้าไปแล้ว 70-80% และจะมีการชี้แจงรายละเอียดต่อไป

โดย TISA จะเน้นทั้ง 2 มิติ ได้แก่ การส่งเสริมและดึงดูดดีมานด์ให้เข้าไปในตลาดทุน และการดูพื้นที่ทางการคลัง การดูแลผู้เสียภาษีให้มีค่าลดหย่อนเพิ่ม ขณะนี้มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ ประกอบกับ TISA เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งในภาพใหญ่ของตลาดทุน โดยคาดว่าจะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ขณะที่นายสันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าขณะนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีของประเทศไทย เนื่องจากนักลงทุนหันมาสนใจอาเซียนและไทยเป็นพิเศษ สิ่งสำคัญคือต้องมี growth story ที่ชัดเจน พร้อมทั้งได้แรงผลักจากนโยบาย 5T ที่ทำให้เห็นความชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งยังได้ความสนใจจากการประชุมประจำปีของ ธนาคารโลก (World Bank) และ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศไทยช่วงปลายปีนี้ด้วย

ทางด้านนายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด และในฐานะประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่าจากการหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เป็นเรื่องการใช้กลไกตลาดทุนมาช่วยขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยมีความเห็นตรงกันว่า ตอนนี้เป็นจังหวะดีในการต่อยอดตลาดทุนเพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐ ขณะที่เรื่อง TISA ก็เห็นตรงกันในเชิงคอนเซ็ปต์

“ไทยเข้าสู่ วัฏจักรของการลงทุนรอบใหม่ (Investment Cycle) ดังนั้นตลาดทุนเป็นแหล่งระดมทุนที่พร้อมที่สุดแล้วสำหรับรัฐบาล เช่น กองทุนสาธารณูปโภคพื้นฐาน (Infrastructure Fund) ซึ่งตลาดทุนพร้อมจะทำงานร่วมกับรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปด้วยกัน ขณะนี้ประเทศไทยมีหนี้เยอะ และจำเป็นต้องมองฝั่งตลาดทุน” นายไพบูลย์กล่าว

นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า ขณะนี้รัฐบาลมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ โดยมองว่าการลงทุนในระยะยาว เพื่อให้มีโฟลว์ หรือการไหลเข้าของเงินลงทุนสู่ตลาดทุนตลอดเวลา และช่วยเสริมสภาพคล่อง ซึ่งวันนี้ตลาดทุนกลับสู่ขาขึ้น ถ้าเราสร้างความมั่นใจผ่านนโยบายรัฐบาล เม็ดเงินก็จะยิ่งเข้ามา อีกทั้งได้รับโจทย์ให้ศึกษาเรื่อง Infrastructure คาร์บอนเครดิต และการนำตลาดทุนมาช่วยเป็นแหล่งระดมทุนด้านซัพพลายเชน เป็นต้น

อย่างไรก็ดีนายไพบูลย์ ได้เปิดเผยก่อนที่จะมีการเข้าหารือกับทางกระทรวงการคลังว่า จะเสนอให้เร่งดำเนินการมาตรการส่งเสริมการลงทุน และการออมผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งรวมถึงโครงการ TISA ที่ค้างคาจากรัฐบาลชุดก่อน โดยมองว่า TISA เป็นช่องทางที่จะเพิ่มการลงทุน และเพิ่มสภาพคล่องในตลาดทุนที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ ส่วน TISA จะออกมาได้เมื่อไหร่นั้น ต้องอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงการคลัง แต่หน้าที่ของ FETCO คือการนำเสนอแนวคิดและแนวทาง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน