สนค. เผยดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนพ.ค.2569 ปรับสูงขึ้น 7.2% จากแรงกดดันด้านพลังงาน จีนควบคุมการส่งออกสินค้าวัตถุดิบ ส่งผลอุปทานโลกตึงตัว
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนพ.ค.2569 เท่ากับ 113.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนสูงขึ้นร้อยละ 7.2 เนื่องจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งอยู่ในระดับสูง ผู้ประกอบการจึงทยอยปรับราคาสินค้าสูงขึ้นตามห่วงโซ่อุปทานส่งผลให้ดัชนีราคาสูงขึ้นทุกหมวด
โดยมีรายละเอียดดังนี้
หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ สูงขึ้นร้อยละ 1.7 จากการสูงขึ้นของบานหน้าต่าง บานประตู ไม้แบบ วงกบหน้าต่าง และไม้โครงคร่าว จากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งปรับสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน
หมวดซีเมนต์ สูงขึ้นร้อยละ 2.4 จากการสูงขึ้นของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม และปูนซีเมนต์สำเร็จรูป จากต้นทุนราคาพลังงานปรับสูงขึ้น (ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ) เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง
หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต สูงขึ้นร้อยละ 9.5 จากการสูงขึ้นของคอนกรีตผสมเสร็จ คานคอนกรีตสำเร็จรูป และพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (ซีเมนต์ หิน ทราย) และค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดีเซล
หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก สูงขึ้นร้อยละ 5.4 จากการสูงขึ้นของท่อเหล็กดำ เหล็กตัวซี ท่อสเตนเลส และลวดเหล็กเสริมคอนกรีตอัดแรง สูงขึ้นจากต้นทุนค่าระวางเรือระหว่างประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและเส้นทางเดินเรือทะเลแดงจึงส่งผลให้ราคาวัตถุดิบ (บิลเล็ต และเศษเหล็ก) ที่ต้องนำเข้าสูงขึ้น
หมวดกระเบื้อง สูงขึ้นร้อยละ 2.7 จากการสูงขึ้นของกระเบื้องเคลือบปูพื้น กระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา และแผ่นหลังคาโปร่งแสง เนื่องจากราคาพลังงาน (ก๊าซธรรมชาติ) และวัตถุดิบ (สารเคลือบ แร่ซิลิกา) ปรับสูงขึ้น ผู้ประกอบการจึงทยอยปรับราคาเพื่อให้สะท้อนต้นทุนการผลิต
หมวดวัสดุฉาบผิว สูงขึ้นร้อยละ 0.8 จากการสูงขึ้นของสีเคลือบน้ำมัน สีน้ำอะคริลิค ทาภายในและทาภายนอก สูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ (ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี สารทำละลาย)
หมวดสุขภัณฑ์ สูงขึ้นร้อยละ 0.1 จากการสูงขึ้นของกระจกเงา ราวจับสเตนเลส และราวแขวนผ้าติดผนัง ตามการสูงขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะกระจกและสเตนเลสที่ปรับสูงขึ้น ประกอบกับความต้องการใช้ในงานตกแต่งและปรับปรุงที่อยู่อาศัย
หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา สูงขึ้นร้อยละ 13.5 จากการสูงขึ้นของสายส่งกำลังไฟฟ้า NYY สายไฟฟ้า VCT สายเคเบิล THW และสายไฟฟ้า VAF ตามต้นทุนวัตถุดิบหลัก (ทองแดง) ที่ปรับสูงขึ้นตามราคาในตลาดโลกเป็นผลจากความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานสะอาดทั่วโลก
ขณะเดียวกันอุปทานทองแดงในโลกยังเผชิญปัญหาการหยุดชะงักของเหมืองในประเทศผู้ผลิตหลัก (ชิลีและเปรู) และหมวดวัสดุก่อสร้างอื่นๆ สูงขึ้นร้อยละ 11.2 จากยางมะตอยซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ ราคาปรับสูงขึ้นเป็นอย่างมากตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
นายนันทพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างในเดือนมิ.ย.2569 คาดว่าจะยังขยายตัวต่อเนื่อง จากต้นทุนราคาวัตถุดิบ พลังงานและค่าขนส่งที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาคที่ยังส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าและห่วงโซ่อุปทานโลก
ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบและวัสดุก่อสร้างหลายประเภทปรับตัวสูงขึ้น เช่น ทองแดง อะลูมิเนียม เหล็ก และท่อประปา เป็นต้น มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง จากความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนด้านพลังงานสะอาด
ประกอบกับบางประเทศ (จีน) มีมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าวัตถุดิบ เพื่อการใช้งานภายในประเทศ ส่งผลให้อุปทานในตลาดโลกอยู่ในภาวะตึงตัว ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง