ออมสินจับมือ 10 บลจ. ชั้นนำ เพิ่มทางเลือกการลงทุนในกองทุนรวมให้แก่ประชาชน มุ่งเป้าวัยทำงาน ชูจุดแข็งผู้เชี่ยวชาญช่วยบริหารความเสี่ยง ในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวนสูง
วันที่ 15 มิถุนายน 2569 นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินในปีนี้ได้ยกระดับของการออมให้ครอบคลุมมากกว่าการฝากเงินหรือการซื้อสลาก โดยรวมไปถึงการลงทุนในกองทุนรวม ซึ่งล่าสุดได้ประกาศความร่วมมือกับ 10 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในสินทรัพย์ที่หลากหลาย
“ภาวะสงครามที่ยังไม่มีทีท่าจะสิ้นสุด ส่งผลต่อราคาน้ำมันและภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งมีความไม่แน่นอนมีอยู่สูง การออมในรูปแบบลงทุนในกองทุนรวม ทั้งกองทุนในประเทศ กองทุนต่างประเทศ และการผสมผสานสินทรัพย์ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้กับลูกค้าภายใต้ความเสี่ยงที่ยอมรับได้
พร้อมกันนี้การมีที่ปรึกษาและผู้จัดการกองทุนที่มีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งจึงมีความสำคัญในการช่วยนำทางและลดโอกาสการขาดทุนจำนวนมากจากการลงทุนที่ขาดความเข้าใจ“นายทรงพลกล่าว
ทั้งนี้ปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้ากว่า 26 ล้านราย โดยความร่วมมือครั้งนี้เน้นให้ความสำคัญกับกลุ่มวัยทำงานและวัยสร้างตัว ซึ่งเป็นกลุ่มที่จำเป็นต้องเริ่มสะสมเงินเพื่อใช้ในยามเกษียณอายุ โดยการลงทุนในกองทุนรวมจะช่วยให้ลูกค้ามีความยืดหยุ่นในการบริหารเงินมากกว่าการออมผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพียงอย่างเดียว เนื่องจากสามารถบริหารจัดการเงินได้ตามความจำเป็นในแต่ละช่วงเวลา
นายทรงพล กล่าวว่า ธนาคารใช้จุดแข็งด้านเครือข่ายสาขาที่มีอยู่ 1,032 แห่งทั่วประเทศ เป็นช่องทางสำคัญในการกระจายความรู้และให้คำปรึกษาด้านการลงทุน โดยมีการเตรียมพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่ออธิบายลักษณะของกองทุนรวมและความเสี่ยงให้ลูกค้าเข้าใจอย่างชัดเจนก่อนตัดสินใจลงทุน ตลอดจนประเมินระดับความเสี่ยงที่ลูกค้ารับได้ แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ พอร์ตมั่นคง พอร์ตเติบโต และพอร์ตสมดุล
สำหรับ 10 บลจ.ประกอบด้วย 1. บลจ. กสิกรไทย จำกัด 2. บลจ. กรุงไทย จำกัด (มหาชน) 3. บลจ. ไทยพาณิชย์ จำกัด 4. บลจ. กรุงศรี จำกัด 5. บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) 6. บลจ. อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด 7. บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด 8. บลจ. พรินซิเพิล จำกัด9.บลจ. วรรณ จำกัด 10. บลจ.แอสเซท พลัส จำกัด
“ธนาคารไม่ได้ตั้งเป้าหมายรายได้ไว้สูง และไม่ได้นำรายได้จากค่าธรรมเนียมมาเป็นตัวตั้ง หรือกำหนดตัวเลขเป้าหมายยอดการลงทุนรวมที่ตายตัว แต่ต้องการทำให้ประชาชนมีความตั้งใจออมเงินกันมากขึ้น ด้วยผลตอบแทนที่ดี และบลจ.ที่มีความมั่นคง“ นายทรงพลกล่าวทิ้งทาย