คมนาคม อัดฉีดลงทุน 6.6 แสนล้าน เน้นซ่อมมากกว่าสร้าง-เร่งใช้พลังงานสะอาด
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังเป็นประธานประชุมเร่งรัดติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ของกระทรวงคมนาคม ครั้งที่ 1/2569 ว่า ตามคำสั่งกระทรวงคมนาคมที่ 901/2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ ของกระทรวงคมนาคม
โดยคณะทำงานฯมีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแล ติดตาม และเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี รวมถึงเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมให้เป็นไปตามเป้าหมาย ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะและแนวทางในการแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ
โดยการประชุมในครั้งนี้เป็นการติดตามผลการดำเนินงานงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 และเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี พ.ศ. 2568 ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 รวมทั้งเตรียมความพร้อมสำหรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ซึ่งมีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วาระที่ 1
สำหรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 กระทรวงคมนาคมได้รับจัดสรรงบประมาณรวมทั้งสิ้น 265,406 ล้านบาท แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ 30,658 ล้านบาท และรายจ่ายลงทุน 234,748 ล้านบาท ผลการเบิกจ่ายสะสมปัจจุบันยังคงล่าช้ากว่าแผนการเบิกจ่ายสะสมที่ตั้งไว้ ซึ่งได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการเบิกจ่ายและขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามกรอบเวลา เพื่อให้เม็ดเงินกระจายลงสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด
นายสิริพงศ์กล่าวว่า แนวทางการจัดสรรงบประมาณปี 2570 ของหน่วยงานในสังกัด ทั้งส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งสิ้น 399,474 ล้านบาท ได้วางแนวทางสำคัญเพื่อลดรายจ่ายภาครัฐที่ไม่จำเป็น โดยกระทรวงคมนาคมได้ขอโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณในรายการที่คาดว่าจะไม่สามารถดำเนินการทำสัญญาได้ทันภายในปีงบประมาณ จำนวน 68 รายการ รวมวงเงินกว่า 1,730 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในรายการที่มีความพร้อมและมีความจำเป็นเร่งด่วน
นอกจากนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานที่มีรายการงบลงทุนขนาดใหญ่ ทั้งรายการผูกพันเดิมและรายการปีเดียว เร่งดำเนินการลงนามในสัญญาให้ครบถ้วน ซึ่งปัจจุบันรายการปีเดียวมีการลงนามในสัญญาไปแล้ว 7,801 รายการ จากทั้งหมด 8,003 รายการ คิดเป็นวงเงิน 86,977 ล้านบาท
ในส่วนของแนวทางการดำเนินงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน กระทรวงคมนาคมมุ่งเน้นการดูแลบำรุงรักษามากกว่าการสร้างเส้นทางใหม่ โดยปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานให้ความสำคัญกับการซ่อมแซมและบำรุงรักษาโครงข่ายคมนาคมเดิมให้มีสภาพดีและมีความปลอดภัยสูงสุด เพื่อความสะดวกในการเดินทางและลดผลกระทบต่อประชาชน