พิพัฒน์ ลุยสร้างถนนเชื่อม อันดามัน-อ่าวไทย ยาว 47.28 กม. ปั้นเส้นทางเศรษฐกิจใหม่ ลดต้นทุน ประหยัดเวลาเดินทาง เพิ่มประสิทธิภาพขนส่ง-ท่องเที่ยว
วันที่ 21 มิ.ย. 2569 ที่ จ.สุราษฎร์ธานี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการถนนเชื่อมโยงสองฝั่งทะเล อันดามัน-อ่าวไทย ช่วงอำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง ถึงอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมถึงแนวทางการพัฒนาท่าเทียบเรือพุมเรียง เพื่อยกระดับระบบโลจิสติกส์และการท่องเที่ยวของประเทศ พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า โครงการถนนเชื่อมโยงกะเปอร์-ไชยา ไม่เพียงช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนในจังหวัดระนองและสุราษฎร์ธานีเท่านั้น แต่ยังถือเป็น “เส้นทางเศรษฐกิจใหม่” ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อการคมนาคมระหว่างอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ของภาคอุตสาหกรรม ลดต้นทุนและระยะเวลาในการเดินทาง พร้อมสนับสนุนการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวจากฝั่งอันดามันสู่แหล่งท่องเที่ยวระดับโลกของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เช่น เกาะสมุย ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
ช่วยย่นระยะทางได้ 70 กม. ประหยัดเวลา
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับโครงการดังกล่าว ประกอบด้วยการขยายถนนเดิมและก่อสร้างถนนสายใหม่ รวมระยะทาง 47.28 กิโลเมตร สามารถย่นระยะทางการเดินทางได้มากกว่า 70 กิโลเมตร และลดระยะเวลาเดินทางจากเดิม 2 ชั่วโมง 30 นาที เหลือประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที
โดยจะบูรณาการร่วมกับโครงการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของกรมทางหลวงอีก 3 โครงการ ได้แก่ การขยายไหล่ทางทางหลวงหมายเลข 4191 การก่อสร้างทางแยกต่างระดับบริเวณจุดตัดทางหลวงหมายเลข 41 และโครงการถนนเลี่ยงเมืองไชยา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า กระทรวงคมนาคมยืนยันว่าจะดำเนินโครงการภายใต้หลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างรอบด้าน เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเกิดประโยชน์สูงสุดควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพชีวิตของประชาชน
ลุยปั้นท่าเรือพุมเรียง เชื่อมแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนได้ลงพื้นที่ติดตามแนวทางการพัฒนาท่าเทียบเรือโดยสารสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยว ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีเป้าหมายยกระดับระบบคมนาคมทางน้ำให้มีความสะดวก ปลอดภัย และเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
คาดว่าจะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน ชาวประมงพื้นบ้าน และผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ อันจะส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากมีความเข้มแข็งมากขึ้น
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชน
โดยโครงการเชื่อมโยงสองฝั่งทะเลและการพัฒนาระบบคมนาคมที่เกี่ยวข้อง จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการท่องเที่ยวของภูมิภาค พร้อมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและรายได้หมุนเวียนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง


