เผยยอดธุรกรรมพร้อมเพย์เดือนพ.ค. 2.38 พันล้านรายการ มูลค่า 4.45 ล้านล้านบาท ขณะที่ Cross-Border QR Payment โต 382% รับแรงหนุนการท่องเที่ยว-ใช้จ่ายข้ามพรมแดน

รายงานข่าวจาก บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (NITMX) ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินระดับประเทศ เปิดเผยข้อมูลการใช้งานระบบ “พร้อมเพย์” (PromptPay) ประจำเดือนพ.ค. 2569 พบว่า ระบบพร้อมเพย์ยังคงมีการใช้งานในระดับสูงต่อเนื่อง สะท้อนบทบาทสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน การชำระเงินดิจิทัลที่รองรับการใช้จ่าย การโอนเงิน ประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง ปริมาณธุรกรรมเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนการใช้งานดิจิทัลในชีวิตประจำวัน

โดยในเดือนพ.ค. 2569 มียอดธุรกรรมพร้อมเพย์รวมทั้งสิ้น 2.38 พันล้านรายการ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 15% ขณะที่มูลค่าธุรกรรมรวมอยู่ที่ 4.45 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% การเติบโตของทั้งปริมาณ และมูลค่าธุรกรรม สะท้อนให้เห็นว่าพร้อมเพย์ยังคงเป็นช่องทางการชำระเงินหลักของคนไทย ทั้งในด้านการโอนเงินระหว่างบุคคล การชำระค่าสินค้า และบริการผ่าน QR Code รวมถึงการทำธุรกรรมทางการเงิน ในภาคธุรกิจที่ดำเนินการผ่านระบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยอดลงทะเบียนเพิ่มต่อเนื่อง ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 ยอดการลงทะเบียนพร้อมเพย์รวมอยู่ที่ 82.91 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็น• ภาคประชาชน: 82.50 ล้านเลขหมาย • ภาคธุรกิจ: 0.41 ล้านเลขหมาย จำนวนผู้ลงทะเบียนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าพร้อมเพย์ ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัล ที่เข้าถึงผู้ใช้งานในทุกระดับ ทั้งประชาชนทั่วไป ร้านค้า และภาคธุรกิจ ที่ต่างเลือกใช้ระบบพร้อมเพย์ เป็นช่องทางหลักในการรับ และชำระเงินแบบเรียลไทม์

สำหรับวันที่มียอดธุรกรรมสูงสุดของเดือนอยู่ที่ 68.51 ล้านรายการ เกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 1 พ.ค. 2569 ซึ่งตรงกับวันแรงงานแห่งชาติ และเป็นช่วงต้นเดือน สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จ่ายหลังรอบเงินเดือน การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว และการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนบทบาทของพร้อมเพย์ ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รองรับการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ โดยยังคงสามารถรองรับปริมาณธุรกรรมจำนวนมากได้อย่างมีเสถียรภาพ

ด้านบริการ Cross-Border QR Payment ขาเข้า (Inbound) ในเดือนพ.ค. 2569 มีมูลค่าธุรกรรมรวม 1,516.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 382% สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการใช้จ่ายผ่าน QR Code ของนักท่องเที่ยวต่างชาติในประเทศไทย ประเทศที่มีมูลค่าธุรกรรมขาเข้าสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. จีน – 911.66 ล้านบาท 2. มาเลเซีย – 318.46 ล้านบาท และ 3. ลาว – 112.98 ล้านบาท ที้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถใช้แอปพลิเคชัน การชำระเงินจากประเทศของตนเอง สแกน Thai QR Payment เพื่อชำระค่าสินค้า และบริการในประเทศไทยได้โดยตรง ทำให้ได้รับความสะดวกสบาย

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน