“วราวุธ” สั่ง กนอ. ยกระดับขั้นสูงสุดช่วงฤดูฝน ป้องกันน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ สั่งตรวจสอบจุดเสี่ยงรับมือ “Rain Bormb” ผนึก EEC รับมือเอลนีโญยาวถึงปี 70

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ฤดูฝนปีนี้ตนเองได้สั่งเน้นย้ำและกำชับไปยังการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ให้ยกระดับมาตรการเชิงรุกขั้นสูงสุด ในการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนัก และฤดูน้ำหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่อุตสาหกรรม และจุดเสี่ยงลุ่มต่ำทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการผลิต และการลงทุนเช่น พื้นที่เศรษฐกิจหลักอย่างชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจอยู่หนาแน่น กว่า 103,057 ราย มีทุนจดทะเบียนรวมกว่า 2.19 ล้านล้านบาท

โดยได้รับรายงานจากนายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. ถึงผลการสำรวจ และประเมินความพร้อมล่าสุดในเดือนมิ.ย.นี้ ยืนยันว่าสถานการณ์น้ำภายในนิคมอุตสาหกรรม และท่าเรืออุตสาหกรรมทุกแห่งทั่วประเทศ ยังคงอยู่ในสภาวะปกติ ไม่มีข้อติดขัดหรือปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่

นายวราวุธ กล่าวว่า แม้ว่าภาพรวมเป็นไปปกติ แต่ได้สั่งการให้ กนอ. ประสานไปยังผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมทุกแห่ง ให้เตรียมรับมือ และวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงล่วงหน้า โดยเฉพาะกรณีฝนตกชุกสะสมรุนแรง หรือ Rain Bomb ซึ่งมีฝนเกิน 100 มิลลิลิตร (มม.) ติดต่อกัน 3 ชั่วโมง รวมถึงปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ลุ่มต่ำแถบ จ.สมุทรปราการ และสิ่งกีดขวางในลำรางสาธารณะ

“ขณะนี้ ได้กำชับให้ตรวจสอบจุดเฝ้าระวังแอ่งกระทะ หรือพื้นที่ลุ่ม ที่ลุ่มต่ำ และเตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำพญานาค กระสอบทราย เพื่อรับมือน้ำทะเลหนุนอย่างเต็มพิกัด รวมถึงสั่งการให้นิคมอุตสาหกรรมใหม่ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง อย่างนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค ตรวจสอบ และควบคุมระบบระบายน้ำไม่ให้มีเศษวัสดุอุดตันอย่างเด็ดขาด” นายวราวุธ กล่าว

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า ผู้ว่าการ กนอ.ได้ขับเคลื่อน 4 มาตรการหลัก ทั้งการพร่องน้ำในบ่อรับน้ำและพื้นที่หน่วงน้ำทุกวันให้อยู่ในระดับต่ำสุด เพื่อเตรียมรับน้ำฝนระลอกใหม่ ซึ่งปัจจุบันหลายแห่งมีแก้มลิงพร้อมใช้ อีกทั้งยังจัดเตรียมระบบไฟฟ้าสำรอง และกำลังบำรุงฉุกเฉิน ตลอดจนนำเทคโนโลยีการสื่อสารไร้รอยต่อมาใช้ผ่านระบบออนไลน์ตรวจวัดระดับน้ำและฝนอัตโนมัติ เพื่อรายงานผู้ประกอบการผ่าน Line Group แบบ Real-time รวมถึงบูรณาการร่วมกับกรมชลประทาน และหน่วยงานท้องถิ่น

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ กนอ.วางแผนเตรียมรับมือความเสี่ยงภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่คาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบยาวตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้ไปจนถึงเดือนส.ค.2570 ซึ่งอาจทำให้ฝนน้อยกว่าปกติ โดยให้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการ การบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อกักเก็บน้ำฝนในช่วงนี้ไว้เป็นน้ำต้นทุน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่

โดยผู้ว่าการ กนอ. ได้รายงานว่า ปริมาณน้ำมีความเพียงพอต่อความต้องการใช้ในทุกพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมา กนอ.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และภาคเอกชน ติดตามสถานการณ์และกำหนดแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน