กนง. มีมติ 7 ต่อ 0 เสียง คงดอกเบี้ยนโยบาย 1% ต่อปี จับตาเงินเฟ้อสูง ส่งผ่านไปยังราคาสินค้าช่วงที่เหลือของปีนี้ ห่วงเอสเอ็มอีปรับตัวได้จำกัด
นายดอน นาครทรรพ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่าคณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ แต่อัตราการเติบโตอยู่ในระดับต่ำและไม่ทั่วถึง
ขณะที่ อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นจากปัจจัยด้านอุปทาน แต่คาดว่าจะลดลงหลังปัจจัยด้านอุปทานทยอยคลี่คลาย สำหรับสินเชื่อโดยรวมขยายตัวต่ำ โดยต้องติดตามคุณภาพสินเชื่อเอสเอ็มอี และครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง
“คณะกรรมการจึงเห็นว่าการดำเนินนโยบายการเงินในระดับผ่อนคลายอยูในปัจจุบันเป็นระดับที่เหมาะสม ควบคู่กับมาตรการทางการเงินเฉพาะจุด มีส่วนช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อปรับสูงขึ้นจากปัจจัยด้านอุปทาน แต่ต้องติดตามแนวโน้มและความเสี่ยงเงินเฟ้อในระยะต่อไป”
โดยพัฒนาการเงินเฟ้อและเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางเศรษฐกิจไทยปี 2569 และ 2570 ขยายตัวที่ 2.3% และ 1.8% ตามลำดับ โดยมีแรงส่งที่ดีกว่าคาดจากการส่งออกและการลงทุนตามวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ มาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงานของภาครัฐ รวมถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มปรับดีขึ้น
ทั้งนี้ ผลกระทบของสงครามต่อภาคการผลิตและภาคท่องเที่ยวมีน้อยกว่าที่ประเมินไว้ โดยธุรกิจขนาดใหญ่สามารถปรับตัวได้ดีกว่าคาด
นายดอน กล่าวเพิ่มเติมว่า เศรษฐกิจในภาพรวมยังขยายตัวต่ำและไม่ทั่วถึง โดยเอสเอ็มอีปรับตัวได้จำกัดและยังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง ขณะที่ครัวเรือนส่วนใหญ่ถูกกดดันจากรายได้ที่ชะลอลงและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะฉุดรั้งการบริโภคภาคเอกชนหลังมาตรการภาครัฐสิ้นสุดลง
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 และ 2570 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้เดิม เฉลี่ยที่ 2.8% และ 1.4%ตามลำดับ โดยอัตราเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปี 2569 จะปรับสูงกว่ากรอบเป้าหมายตามการส่งผ่านราคาพลังงานและต้นทุน ก่อนจะปรับลดลงในปี 2570 หลังปัจจัยด้านอุปทานทยอยคลี่คลายและผลของฐานสูงในปีก่อน
ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปี 2569 และ 2570 ใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้เดิมเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5% และ 1.4%ตามลำดับ ขณะที่เงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางยังยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมาย
อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์สงครามมีแนวโน้มปรับดีขึ้น แต่ต้องติดตามการส่งผ่านราคาของผู้ประกอบการภายใต้บริบทที่ต้นทุนยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลาง อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐ ปรับอ่อนค่าจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ตามทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของสหรัฐ
ด้านอัตราดอกเบี้ยในระบบสถาบันการเงินโดยรวมทรงตัว สินเชื่อรวมขยายตัวในระดับต่ำและมาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เป็นสำคัญ ขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอี ยังหดตัวต่อเนื่อง โดยสถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้กลุ่มเสี่ยง คุณภาพสินเชื่อโดยรวมทรงตัว แต่ต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้เอสเอ็มอี และครัวเรือนกลุ่มเปราะบางในระยะข้างหน้า