สศค. ชี้เศรษฐกิจภูมิภาคฟื้นต่อเนื่อง รับแรงหนุนบริโภค-ท่องเที่ยว-ลงทุน และภาคเกษตรขับเคลื่อนเป็นหลัก มองครึ่งปีหลังยังโต แม้เผชิญความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ประเมินเศรษฐกิจไทยในระดับภูมิภาคยังมีทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยการบริโภคภาคเอกชน การท่องเที่ยว การลงทุน และภาคเกษตรยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค (Regional Sentiment Index: RSI) เดือนมิ.ย.2569 สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้า จากแรงหนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ การฟื้นตัวของภาคบริการ และแนวโน้มผลผลิตภาคเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้น

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคต ยังอยู่ในระดับที่สะท้อนการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยภาคบริการเป็นเครื่องยนต์หลักจากการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ภาคเกษตรได้รับปัจจัยสนับสนุนจากปริมาณน้ำที่เพียงพอและสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเพาะปลูก ส่งผลให้ผลผลิตสำคัญหลายชนิดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี

สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคเดือนพ.ค.2569 ที่สะท้อนว่า การบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัวได้ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของประชาชนยังคงเดินหน้า แม้กำลังซื้อบางส่วนยังได้รับแรงกดดันจากภาระหนี้ครัวเรือนและค่าครองชีพ

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจคือภาคการท่องเที่ยว ซึ่งยังคงขยายตัวในหลายพื้นที่ ทั้งจากนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง และกิจกรรมบริการที่เกี่ยวเนื่อง โดยคาดว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว จะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ด้านภาคอุตสาหกรรมเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวมากขึ้น จากความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่ปรับดีขึ้นในหลายพื้นที่ สอดคล้องกับแนวโน้มคำสั่งซื้อและการส่งออกที่ทยอยกลับมา ขณะที่มาตรการส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ รวมถึงการเร่งรัดโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ จะมีบทบาทสำคัญในการดึงดูดการลงทุนและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม แม้แนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังยังอยู่ในทิศทางบวก แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งความผันผวนของต้นทุนการผลิต ราคาสินค้าเกษตร ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่อราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งทั่วโลก

นอกจากนี้ ระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูงและความเปราะบางของกำลังซื้อบางกลุ่ม ยังคงเป็นข้อจำกัดต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ทำให้การเติบโตในระยะต่อไปยังต้องอาศัยแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยว การลงทุน การส่งออก และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐควบคู่กันไป

ทั้งนี้ มองว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี 2569 ยังมีโอกาสขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยมีภาคบริการ การลงทุน และภาคเกษตรเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการวางรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญต่อทุกประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน