ALLY รีแบรนด์ครั้งใหญ่ ยกระดับคอมมูนิตี้มอลล์ เชื่อมโยงพื้นที่ไลฟ์สไตล์ และชุมชน เดินหน้ารีโนเวทโครงการเดิม พร้อมเพิ่มโครงการใหม่ พุ่งเป้ารายได้ 3,000 ล้านในปี 2573

วันที่ 30 มิถุนายน 2569 นายกวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลไล รีท แมนเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์อัลไล หรือ ALLY REIT ผู้ดำเนินธุรกิจลงทุนและบริหารอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มเคอี เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าปรับยุทธศาสตร์องค์กรครั้งใหญ่ ด้วยการรีแบรนด์สู่การเป็น Urban Experience Platformโดยยกระดับสินทรัพย์โครงการคอมมูนิตี้มอลล์ที่มีอยู่ในพอร์ต ให้เป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์ และชุมชนที่เชื่อมโยงไว้ด้วยกัน

ปัจจุบัน ALLY มีฐานการลงทุนมากกว่า 25 โครงการ มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ในประเทศไทยมี 17 โครงการ รวมพื้นที่เช่า 1.9 แสนตร.ม.และที่เหลืออยู่ในสหรัฐอเมริกา โดยการรีแบรนด์ครั้งนี้เตรียมปรับโฉมคอมมูนิตี้มอลล์แบรนด์ซีดีซี และเดอะคริสตัลใหม่ ให้เป็นแหล่งรวบรวม กู๊ดเทส หรือพื้นที่ไลฟ์สไตล์ของคนมีเทส ทั้ง ร้านอาหาร แบรนด์ และพื้นที่กิจกรรม ภายใต้งบลงทุน 200 ล้านบาท จะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 1 ของปี 2571

พร้อมกันนี้เพิ่มแบรนด์ใหม่ ภายใต้ชื่อ อัลไล วิลเลจ (ALLY Village) ด้วยการปรับโฉมโครงการคอมมูนิตี้เดิม 8 โครงการ โดยเริ่มจาก The Scene ซึ่งจะเปลี่ยนเป็น ALLY Village Town-in-Town, Happy Avenue เป็น ALLY Village Song-Prapha และ Amorini เป็น ALLY Village Amorini ด้วยงบลงทุนประมาณ 10-50 ล้านบาทต่อโครงการ ซึ่งจะเริ่มปรับในปี 2570 และแล้วเสร็จในปี 2572

นายกวินทร์ กล่าวว่า บริษัทยังเตรียมขยายพอร์ตโครงการใหม่ในปีนี้ ผ่านารเพิ่มทุนครั้งที่ 2 วงเงินรวมไม่เกิน 1,515 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปลงทุนในคอมมูนิตี้มอลล์ 3 โครงการ ได้แก่ ชาน แอท ดิ อเวนิว, สายไหม อเวนิว และเดอะโซน ทาวน์อินทาวน์ ซึ่งเป็นทำเลที่มีศักยภาพในการเติบโต

“การเพิ่มทุนครั้งนี้จะดำเนินการผ่านการออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนวงเงินไม่เกิน 757.5 ล้านบาท หรือไม่เกิน 185 ล้านหน่วย และการกู้ยืมเงินอีกประมาณ 757.5 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนไม่น้อยกว่า 50% ของมูลค่าระดมทุน เพื่อนำไปลงทุนในทรัพย์สินใหม่ทั้ง 3 โครงการ รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารกองทรัสต์“

นายกวินทร์ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะเพิ่มโครงการใหม่ปีละ 1-2 โครงการ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตของตลาดคอมมูนิตี้มอลล์ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และนักท่องเที่ยว

ขณะเดียวกันบริษัทเน้นการลงทุนในทรัพย์สินที่มีศักยภาพในทำเลแหล่งที่อยู่อาศัยที่กำลังเติบโต เพื่อเดินหน้าตามเป้าหมายรายได้ที่ 3,000 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,560 ล้านบาท จากปี 2568 มีรายได้ที่ 1,823 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 931 ล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน