พาณิชย์ชี้ เงินเฟ้อ มิ.ย. แตะ2.4% เหตุข้าวแกงขึ้นไม่หยุดจานละ5-10 บ.
นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดถึงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป( เงินเฟ้อ ) เดือนมิ.ย. 2569ว่า เท่ากับ 102.85 เทียบกับเดือนมิ.ย. ปีก่อนสูงขึ้น 2.42 % จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่สูงกว่าปีก่อนทำให้ค่าโดยสารสาธารณะสูงขึ้น รวมทั้งราคาอาหารสำเร็จรูปเช่น ข้าวราดแกง ผัดซีอิ๊ว ปรับเพิ่มขึ้นเป็นวงกว้าง เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีแนวโน้มปรับลง
ทั้งนี้หมวดที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น3.31% จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าโดยสารสาธารณะ เป็นต้น ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 1.03% จากอาหารสำเร็จรูป ข้าวสารเจ้า เป็นต้น สำหรับเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักอาหารสดและพลังงานออก) สูงขึ้น 1.23% เร่งตัวจากเดือนพ.ค. ที่สูง0.92 % ส่งผลให้เงินเฟ้อไตรมาส2 สูงขึ้น 2.70 % ส่วนเงินเฟ้อเฉลี่ย 6 เดือนปีนี้สูงขึ้น1.08%
นางสาวณัฐิยา กล่าวว่าถึงแนวโน้มเงินเฟ้อในไตรมาส 3ว่าจะขยายตัวเร่งขึ้นเป็น2.79 % เนื่องจาก 1.ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศสูงกว่าปีก่อน 2. อาหารสำเร็จรูปทยอยปรับราคา 3. ค่าโดยสารรถประจำทางสูงขึ้น และ 4. ราคาผักสดมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนจากความเสี่ยงเอลนีโญ
“คาดว่าเงินเฟ้อไตรมาส3 จะเร่งขึ้นเป็น2.79% และไตรมา4เพิ่มขึ้นเป็น3.02% เพราะอาหารจานเดียวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแม้ว่าราคาน้ำมันจะลงแล้วแต่มีต้นทุนสะสม โดยเฉพาะร้านค้าขนาดเล็กที่มีต้นทุนสูงกว่ารายใหญ่ จำเป็นต้องปรับราคาเฉลี่ยจานละ 5-10 บาท หรือขยับประมาณ 10-20 % ทำให้คาดว่าเงินเฟ้อทั้งปีนี้จะอยู่ระหว่าง 1.5 – 2.5% และค่ากลาง 2% ภายใต้สมุติฐานจีดีพีขยายตัว 1.5-2.5% น้ำมันดิบดูไบ 80-90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และค่าเงินบาท 32-33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ”
อย่างไรก็ตาม ปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดเข้าไปกำกับดูแลราคาอาหารจานเดียวในแต่ละพื้นที่ให้มีความเหมาะสมหากพบว่าขายแพงเกินจริงให้เร่งแก้ปัญหา